ระบบเครือข่ายมือถือ 5G สเปคร่างออกมาแล้ว

สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ได้ตัดสินใจแล้วว่าเครือข่ายมือถือ 5G จะต้องมีความเร็วดาวน์โหลดรวมของเซลล์สถานีหนึ่งสถานีอย่างน้อย 20 Gbps (Gbps = กิกะบิตต่อวินาที่ หรือ 1000 ล้านบิตต่อวินาที) ซึ่งมีความเร็วมากกว่าระบบ 4G 20 เท่า  ทาง ITU ได้ออกสเปคร่างเมื่อวันที่ 23 กุมพาพันธ์และคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนพฤศจิกายน

นอกจากนี้ระบบเครือข่ายมือถือ 5G จะต้องสามารถรองรับอุปกรณ์ได้ถึง 1 ล้านเครื่องภายใน 1 ตารางกิโลเมตร และเพื่อที่จะได้มาตรฐานที่ทาง ITU ยอมรับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ 5G จะต้องมีอย่างน้อย 100MHz ของความถึ่สเปกตรัม

มาตรฐานที่จำเป็นเหล่านี้สำหรับระบบเครือข่ายมือถือ 5G ได้ถูกำหนดในรายงานร่างของ ITU ในข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับการเชื่อต่อด้วยคลื่นวิทยุในระบบ IMT-2020 (หรือเรียกกันว่า 5G) ถึงแม้ว่าในสถานะปัจจุบันยังคงเป็นสเปคร่างอยู่แต่สามารถชี้ให้เห็นว่าแนวทางของระบบจะเป็นอย่างไรเมื่อได้รับการอนุมัติเป็นมาตราฐานในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

เพื่อให้ได้มาตรฐานและสามารถเรียกตัวเองได้ว่าเป็นเครือข่าย 5G ทางบริษัทผู้ให้บริการจะต้องมีระบบที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามมาตรฐาน ITU เท่านั้น ถึงแม้จะยังไม่ได้อนุมัติก็ตามแต่สเปคต่าง ๆ จะไม่แตกต่างไปจากนี้มากนักซึ่งหัวข้อที่สำคัญ ๆ จะเป็นดังต่อไปนี้

ความเร็ว

ดาวน์โหลดรวมของเซลล์สถานีหนึ่งสถานีจะต้องไม่น้อยกว่า 20 Gbps  อับโหลดรวมของเซลล์สถานีหนึ่งสถานีจะต้องไม่น้อย 10 Gbps ดังนั้นความเร็วของผู้ใช้จะถูกแบ่งกันใช้กับผู้ใช้ที่อยู่ในเซลล์สภานีเดียวกัน โดยที่เซลล์สถานีหนึ่งจะสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ 1 ล้านเครื่องซึ่งออกแบบให้รองรับระบบ IoT (the Internet of Thing)

ความเร็วของการเคลื่อนที่

อุปกรณ์ 5G สามารถเคลื่อนที่ระหว่างเซลล์สถานี้ด้วยความเร็วได้สูงสุด 500 กิโลเมตรต่อชม ถึงแม้ว่าในประเทศไทยไม่มีการขนส่งที่มีความเร็วขนาดนี้แต่ในหลายประเทศรถไฟความเร็วสูงวิ่งด้วยความเร็วเกือบจะเท่ากับความเร็วนี้ สเปคนี้จริง ๆ แล้วเป็นสเปคเดียวกับระบบ LTE และ Advanced LTE  (4G เรียกอีกอย่างว่า LTE )

ประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพของการใช้สเปกตรัมสำหรับดาวน์ลิ้งคือ 30 บิตต่อวินาที่ต่อเฮิร์ตซ์ และประสิทธิภาพของการใช้สเปกตรัมสำหรับอับลิ้งคือ 15 บิตต่อวินาที่ต่อเฮิร์ตซ์

ความล่าช้าของสัญญาณ

ความล่าช้าของสัญญาณ (latency) ถูกแนะนำไว้ที่สูงสุด 4 มิลลิวินาทีซึ่งดีกว่าของระบบ 4G ถึงห้าเท่าที่แนะนำไว้ 20 มิลลิวินาที

ถึงแม้ว่าจะมีสเปครวมจะดูดีแต่ในทางปฏิบัติสเปคกำหนดไว้ว่าผู้ใช้แต่ละคนจะสามารถใช้ความเร็วได้ 100 Mbps สำหรับดาวน์โหลดและ  50Mbps ซึ่งไม่ค่อยแตกต่างจากระบบ LTE-Advanced มากนัก แต่ที่แตกต่างกันก็คือดูเหมือนในระบบ 5G จะการันตีความเร็วให้ผู้ใข้ที่มีความเร็วอย่างน้อย 100 Mbps แต่เราคงตะต้องติดตามกันต่อไปในปลายปีนี้ดูว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากนี้บาง

 


 

ที่มา รายงานร่างของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU)

 

error: กด RightClick แทน