วัคซีนลดคอเลสเตอรอลอาจจะเป็นทางเลือกใหม่

หลังจากความสำเร็จในการทดลองวัคซีนลดคอเลสเตอรอลในหนู นักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มทำการทดลองวัคซีนลดคอเลสเตอรอลทางคลินิกกับมนุษย์ ซึ่งเป็นความหวังที่จะช่วยผู้มีความเสี่ยงจากโรคหัวใจได้ในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Medical University of Vienna จะเป็นผู้ทำการทดลองทางคลินิกนี้กับอาสาสมัครจำนวน 72 คน และคาดว่าจะได้ผลการทดลองในระยะแรกภายในปลายปีนี้ วัคซีนลดคอเลสเตอรอลมีชื่อว่า AT04A จะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่ต้องกินยาสแตตินส์เป็นประจำเพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะสมองขาดเลือดและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

คอเลสเตอรอลมีอยู่สองชนิดและชนิดที่เรียกว่าลิปโปรตีนที่มีความหนาแน่นต่ำหรือคอเลสเตอรอลไม่ดีสามารถทำให้เกิดก้อนไขมันสะสมในในหลอดเลือดแดงได้ และเมื่อเกิดขึ้นเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้สะสมจนหลอดเลือดแคบลง และจำกัดการไหลเวียนของเลือด

การมีคอเลสเตอรอลไม่ดีในกระแสเดือดมากจะทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคที่เกี่ยวกับหัวใจที่ร้ายแรงดังที่กล่าวมาแล้ว การออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่ถูกต้องเป็นประจำจะช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดีในกระแสเดือดได้ แต่ปัจจุบันยาสแตตินส์มียาที่ใช้ในการลดคอเลสเตอรอลเท่านั้นที่สามารถช่วยผู้ป่วยได้ ยาสแตตินส์จะไปยับยั้งเอนไซม์ที่เรียกว่าเอนไซม์ HMG-CoA reductase ในตับ

ยาสแตตินส์มีประสิทธิภาพดีในการลดคอเลสเตอรอล แต่ยาชนิดนี้ผู้ป่วยจะต้องกินทุกวันและมีผลข้างเคียงที่ทำให้ผู้ป่วยบางคนไม่สามารถใช้มันได้ เช่นการปวดกล้ามเนื้อและความเสียหายของตับ จากการศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร European Heart Journal  ได้อธิบายให้เห็นว่าวัคซีน AT04A จะไปยับยั้งเอนไซม์ที่มีชื่อว่า PCSK9 (Proprotein convertase subtilisin/kexin type 9)

วัคซีนจะไปช่วยระบบภูมิคุมกันของร่างกายในการทำลายเอนไซม์ PCSK9 ซึ่งถ้าไม่ถูกทำลายเอนไซม์ชนิดนี้ก็จะทำให้คอเลสเตอรอลเกิดสะสมในกระแสเลือด จากการทดลองก่อนหน้านี้ในหนูพบว่าวัคซีน AT04A ลดคอเลสเตอรอลในหนูได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ในระยะเวลา 12 เดือน และยังดูเหมือนจะช่วยลดการสะสมของก้อนไขมันในหลอดเลือดอีกด้วย

การทดลองทางคลินิกในครั้งนี้ยังเป็นการทดลองระยะแรกที่ทำการตรวจสอบความเสี่ยงและผลข้างเคียงของวัคซีนนักวิทยาศาสตร์มีความกังวลบางส่วนที่วัคซีนจะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน อย่างไรก็ตามเราคงต้องรอดูผลการทดลองระยะแรกนี้ซึ่งคาดหวังจะเสร็จสินในปลายปีดีว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

 


 

ที่มาวารสาร European Heart Journal

 

error: กด RightClick แทน