คนนับล้านในเอเชียใต้เผชิญกับภัยร้อนชื้นที่ร้ายแรงก่อนสิ้นศตวรรษนี้

จากรายงานของการวิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแสดงให้เห็นว่าก่อนศตวรรษนี้สิ้นสุดลงผู้คนนับล้านที่อาศัยอยู่ในเอเชียใต้ต้องเผชิญกับภัยคุกคามอันร้ายแรงจากความร้อนและความชื้นเนื่องจากภาวะโลกร้อน

จากผลการวิจัยในครั้งนี้ประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงส่วนใหญ่ในเอเชียใต้จะเป็นประเทศอินเดีย ปากีสถานและบังคลาเทศ โดยที่อุณภูมิในบางส่วนของประเทศเหล่านี้จะสูงถึงจุดจำกัดที่มนุษย์สามารถอาศัยอยู่ได้ในช่วงปี 2100 ถ้าไม่มีการแก้ไขการปล่อยมลมิษที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก ในรายงานกล่าวว่าจำนวนประชากรที่จะได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนจะมีมากถึง 30% โดยที่เอเชียใต้เป็นที่อยู่อาศัย 1 ใน 5 ของประชากรโลก

สถานีตรวจสอบสภาพอากาศทั่วโลกจะใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่เรียกว่าไซโครมิเตอร์ซึ่งประกอบด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิสองชนิดคือเครื่องวััดอุณภูมิกระเปาะแห็งซึ่งเป็นเครื่องวัดที่รู้จักกันดีที่วัดอุณภูมิของอากาศ และเครื่องวัดอุณหภูมิกระเปาะเปียกที่ใช้วัดอุณหภูมิที่มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเข้ามาเกี่ยวข้อง

สำหรับมนุษย์การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิร่วมด้วยกับการเพิ่มขึ้นของความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง ร่างกายคนเรามีอุณหภูมิภายในอยู่ที่ 37 องศา ซึ่งบริเวณผิวหนังของคนเราจะอยู่ประมาณ 35 องศา ดังนั้นถ้าอุณภูมิที่วัดด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิกระเปาะเปียกพิ่มขึ้นไปมากกว่า 35 องศาจะทำให้การระบายความร้อนออกจากร่างกายเป็นไปได้ยาก ซึ่งถ้าความร้อนไม่สามารถระบายออกจากร่างกายได้เร็วพอและพอเพียงก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิต

ถึงแม้ว่าอุณหภูมิกระเปาะเปียกที่ 35 องศาเป็นค่าสูงสุดที่มนุษย์เราจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ แต่อุณหภูมิกระเปาะเปียกที่ 31 องศาถือว่าเป็นระดับที่อันตรายสำหรับผู้คนส่วนใหญ่ อุณหภูมิกระเปาะเปียกบนโลกส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเกิน 31 องศา แต่ในปี 2015 จากการรายงานของบีบีซีอุณหภูมิกระเปาะเปียกในประเทศอิหร่านวัดได้ 35 องศา และในหน้าร้อนปีเดียวกันนั้นคลื่นความร้อนที่รุนแรงได้พัดผ่านประเทศอินเดียและปากีสถานที่ทำให้มีผู้เสียชีิวิต 3,500 คน

การศึกษาในครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการคำนวณอุณหภูมิกระเปาะเปียกจนถึงปลายศตวรรษนี้โดยใช้ภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสองสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เมื่อคำนวณอุณหภูมิกระเปาะเปียกในสถานการณ์ที่มีการปล่อยมลพิษสูงพบว่าอุณหภูมิกระเปาะเปียกเข้าใกล้ 35 องศาในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียใต้รวมถึงหุบเขาแม่น้ำคงคา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย บังคลาเทศ ชายฝั่งตะวันออกของจีน ทางตอนเหนือของศรีลังกา และหุบเขาอินดัสของปากีสถาน

จากรายงายของนักวิทยาศาสตร์ 30% ของประชากรจะอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิกระเปาะเปียกประจำปีสูงสุด 31 องศาเซลเซียสหรือมากกว่า ซึ่งต่างจากในปัจจุบันที่ไม่มีประชากรต้องเผชิญกับภัยคุกคามของอุณหภูมิกระเปาะเปียกในระดับนี้ และจากการคำนวณของนักวิทยาศาสตร์พบว่าถ้าอุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาที่เป็นไปตามข้อตกลงกรุงปารีส ประชากรที่จะประสบภัยกับความร้อนชื้นในพื้นที่ดังกล่าวก็จะลดลงไปเหลือเพียง 2%

รายงายฉบับนี้แสงดให้เห็นว่าถ้าเรายังไม่ลดการปล่อยมลพิษที่เป็นสาเหตุของภาวะเรือนกระจก ภายในสิ้นศตวรรษนี้ก็จะทำให้ประชากรโลกในหลายพื้นที่ประสบกับปัญหาภัยร้อยชื้นที่ร้ายแรง ถึงแม้ว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่ในรายงานของประเทศที่จะถูกคุกคามดังกล่าว แต่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างแน่นอน

 


 

ที่มาวารสาร the journal Science Advances

 

 

http://www.bbc.com/news/science-environment-40793019

Weather disasters to impact 2 out of 3 Europeans by 2100, study says

http://www.cnn.com/2017/08/04/health/climate-change-weather-disasters-europe/index.html

 

 

error: กด RightClick แทน