การพลิกขั้วแม่เหล็กล่าสุดทำให้มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลสูญพันธุ์

จากข้อมูลของการวิจัยล่าสุดที่วิเคราะห์วงปีของฟอสซิลต้นไม้ดึกดำบรรพ์ต้นหนึ่งที่พบในนิวซีแลนด์พบว่า การพลิกขั้วของสนามแม่เหล็กโลกครั้งล่าสุดอาจเกิดขึ้นเมื่อ 42,000 ปีก่อน 

การพลิกขั้วแม่เหล็กครั้งนั้นเป็นที่น่าเชื่อว่าจะก่อให้เกิดความหายนะของสภาพอากาศของโลกที่รุนแรงและนั้นอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่และรวมถึงมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลซึ่งเป็นมนุษย์ชนิดพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับมนุษย์เราปัจุบันทุกคน

สนามแม่เหล็กโลกเป็นเกราะป้องกันลมสุริยะและป้องกันสิ่งมีชีวิตบนโลกจากรังสีอันตรายที่แผ่กระจายออกมาจากดวงอาทิตย์ แต่สนามแม่เหล็กโลกจะไม่ได้มีความเสถียรภาพของความเข้มและทิศทางอยู่อย่างนั้นตลอด แต่จะมีแนวโน้มที่อาจจะพลิกขั้วกลับไปกลับมาได้

สนามแม่เหล็กของโลกจะแผ่ออกจากขั้วเหนือไปในอวกาศและไปบรรจบที่ขั้วใต้ โดยจะมีความเข้มข้นมากที่สุดที่ขั้วเหนือและขั้วใต้ ตลอดชั่วอายุของโลกเราขั้วของสนามแม่เหล็กโลกได้พลิกขั้วกลับไปมาหลายครั้งโดยประมาณจะเกิดขึ้นทุก ๆ 200,000 ถึง 300,000 ปี

และเมื่อประมาณ 42,000 ปีก่อนในเหตุการณ์ของสนามเหล็กโลกพลิกขั้วที่เรียกว่า การเบี่ยงเบนแลสแชมป์ (Laschamp Excursion) ขั้วของสนามแม่เเหล็กโลกได้พลิกกลับกัน(ขั้วเหลือกลายเป็นขั้วใต้และขั้วใต้เป็นขั้วเหลือ) และเป็นอยู่อย่างนั้นไปประมาณ 800 ปีก่อนที่จะพลิกกลับเหมือนในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครแน่ใจว่าในเหตุการ์นั้นได้ส่งผลกระทบต่อโลกอย่างไร

ผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้ของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของซิดนีย์และพิพิธภัณฑ์เซาท์ออสเตรเลียได้กล่าวว่า การพลิกขั้วครั้งนั้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของลมสุริยะอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของทางภูมิอากาศอย่างใหญ่หลวง ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างรุนแรงและการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตครั้งใหญ่

นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์วงปีของฟอสซิลต้นคาอูริ(ต้นสนเมืองหนาวชนิดหนึ่ง)โบราณอายุ 40,000 ปีในนิวซีแลนด์ ซึ่งบางส่วนถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในตะกอนทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาช่วงเวลาที่ภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

ในช่วงเหตุการณ์การพลิกสนามแม่เหล็กแลสแชมป์ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สนามแม่เหล็กโลกพลิกขั้วนั้นความเข้มของสนามแม่เหล็กจะอ่อนตัวลงอย่างมาก โดยที่นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ได้ประมาณการว่าสนามแม่เหล็กโลกในช่วงเวลานั้นมีความเข้มเพียง 6 เปอร์เซ็นต์ของระดับปัจจุบัน

เมื่อสนามแม่เหล็กอ่อนตัวลงรังสีคอสมิกต่าง ๆ จะเข้าสู่บรรยากาศของโลกได้มากขึ้น และจะไปเปลี่ยนอะตอมบางชนิดให้เป็นคาร์บอน 14 ซึ่งเป็นกัมมันตภาพรังสีให้มีระดับสูงขึ้น โดยการวัดระดับของคาร์บอน 14 ในวงปีของฟอสซิลต้นไม้ที่พบ นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถระบุวันเวลาของเหตุการณ์การณ์การพลิกสนามแม่เหล็กแลสแชมป์ได้อย่างแม่นยำ

 

 

error: กด RightClick แทน