คนเราถูกกำหนดอายุขัยสูงสุดอยู่ที่ 115 ปี

old-lady

ค่าเฉลี่ยอายุขัยของคนได้เพิ่มขึ้นอย่างมากจากศตวรรษที่แล้วเนื่องจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ และทำให้หลายคนเข้าใจว่าชีวิตของมนุษย์จะมีอายุยืนเพิ่มขึ้นไปอีกในศตวรรษข้างหน้าอันเนื่องมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี่นี้ แต่นักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐอเมริกาได้รายงานผลงานวิจัยของพวกเขาว่าอายุขัยสูงสุดของคนนั้นมีจุดสูงสุดซึ่งคือคนเรามีอายุขัยสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 115  ปี ไม่ว่าการแพยท์จะดีขึ้นทุกปีคนเราไม่สามารถมีอายุยืนยาวกว่าอายุขัยสูงสุดนี้ได้

ทีมของนักวิทยาศาสตร์ในนิวนอร์กได้วิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูลการตายของมนุษย์และข้อมูลของผู้ที่มีอายุมากกว่า 110 ปีในประเทศฝรั่งเศสญี่ปุ่นสหราชอาณาจักรอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ข้อมูลได้แสดงให้เห็นว่าอายุขัยเฉลี่ยของคนได้เพิ่มขึ่น แต่อายุขัยสูงสุดของคนไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด นั้นก็หมายถึงและดูเหมือนว่าอายุขัยสูงสุดของคนเราจะอยู่ที่ประมาณ 115 ปี นักวิทยาศาสตร์ยังกล่าวอีกว่ามันเกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์เราจะมีอายุสูงกว่า 115 ปี

บุคคลที่มีอายุยืนที่สุดในโลกคือ เชิน คาล์เมน์ (Jeanne Calment) ผู้หญิงชาวฝรั่งเศษซึ่งบันทึกว่าเสียชีวิตในปี 1997 เมื่อมีอายุ 122 ปี และในปัจจุบันยังไม่มีมนุษย์คนใดที่มีอายุยืนใกล้เคียงกับเธอผู้นี้

มีนักวิทยาศาสตร์บางคนไม่เชื่อว่ามนุษย์เราได้ถูกกำหนดอายุขัยสูงสุด แต่นักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่งได้เห็นด้วยกับทฤษฎีที่ว่ามนุษย์เราได้ถูกกำหนดอายุขัยสูงสุดไว้ในดีเอ็นเอของเรา โดยได้กล่าวว่าวิวัฒนาการของมนุษย์ในส่วนของเซลล์และดีเอ็นเอได้ถูกออกแบบให้มีการแพร่พันธุ์ในวัยหนุ่มสาวเท่านั้น นั้นก็คือระบบดีเอ็นเอของเราไม่ได้ออกแบบหรือมีวิวัฒนาการมาเพื่อให้มีอายุยืน

ศาสตราจารย์เจย์ โอล์ชั่นสกี้จากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ได้กล่าวต่อสำหนักข่าวบีบีซีว่า คนและสัตร์จะมีอายุขัยสูงสุดที่จำกัด เช่น หนูจะมีอายุสูงสุดประมาณ 1,000 วัน สุนัขมีอายุสูงสุดประมาณ 5,000 วัน ดังนั้นมนุษย์เราจะมีอายุสูงสุดเช่นกัน

เนื่องจากดีเอ็นเอของมนุษย์เราไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีอายุยืน ดังนั้นในการที่จะทำให้มนุษย์เราอายุยืนกว่าที่ธรรมชาติได้วิวัฒนาการมาเราจะต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักทั้งหมดนั้นก็คือเซลล์ต่าง ๆ และเพื่อที่จะทำให้อายุยืนกว่า 120 ปี เราจะต้องเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของสายพันธุ์ของมนุษย์โดยการพัฒนายาหลายพันชนิดเพื่อที่จะมาระงับการชลาของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย

แต่ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจกระบวนการชลาอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ยังคงต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการนี้ให้ลึกซึ้งก่อนที่จะพัฒนายาเพื่อมาระงับหรือหยุดการชลาของเซลล์ต่าง ๆ

 

error: กด RightClick แทน