นักดาราศาสตร์พบการชนกันของดาวนิวตรอนได้ทำให้เกิดหลุมดำ

ภาพโดย M. Weiss/CXC/NASA

เป็นครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์ได้เฝ้ามองการชนกันของดาวนิวตรอนสองดวง และจากข้อมูลที่ได้รับจากกล้องโทรทรรศน์เอกซเรย์อวกาศจันทราขององค์การนาซ่าทำให้นักดาราศาสตร์เชื่อว่าผลการชนกันของดาวนิวตรอนสองดวงนี้ได้ทำให้เกิดหลุมดำขึ้น

เป็นเวลานานมาแล้วนักดาราศาสตร์ต่างสงสัยกันว่าการชนรวมกันของดาวนิวตรอนจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นดาวนิวตรอนที่มีขนาดไม่ใหญ่เชื่อกันว่าการชนกันจะทำให้เกิดเป็นดาวนิวตรอนที่ใหญ่ขึ้น และที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2017 นักดาราศาสตร์ได้เฝ้ามองการชนกันระหว่างดาวนิวตรอนหนาแน่นสองดวงที่มีมวลประมาณ 2.7 เท่าของดวงอาทิตย์ของเรา และจนกระทั่งวันนี้นักดาราศาสตร์ได้สรุปข้อมูลการชนกันในครั้งนั้นในวารสารทางวิชาการ Astrophysical Journal Letters ว่าได้เกิดอะไรขึ้น

ดาวนิวตรอนเป็นดาวฤกษ์ที่ตายแล้วซึ่งมีขนาดเล็กมากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 กิโลเมตรเท่านั้นแต่มีมวลที่หนาแน่นมากที่เกิดจากการอัดรวมกันหลังจากการระเบิดที่เรียกว่าซูเปอร์โนวา การชนกันของดาวนิวตรอนไม่ได้เกิดขึ้นโดยทั่วไปในอวกาศแต่เกิดขึ้นได้ เมื่อดาวนิวตรอนสองดวงถูกดึงเข้าหากันด้วยคลื่นความโน้มถ่วงที่เกิดจากการระเบิดซูเปอร์โนวา ดาวทั้งสองก็จะหมุนเขาหากันด้วยความเร็วสูงเรื่อยๆจนในที่สุดก็ชนกัน ซึ่งจะทำให้เกิดคลื่นการระเบิดในอวกาศกระจายออกไปทั่ว

นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทกซัสออสตินและมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียที่เบิร์กลีย์ได้ใช้เวลาเป็นเดือนๆในการวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์เอกซเรย์อวกาศจันทราขององค์การนาซ่าหลังจากที่ตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงจากการระเบิดซูเปอร์โนวา

นักดาราศาสตร์กล่าวว่าถ้าการชนกันแล้วทำให้เกิดเป็นดาวนิวตรอนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนักดาราศาสตร์ก็คาดหวังที่จะเห็นดาวนิวตรอนดวงใหม่ล้อมรอบด้วยความสว่างของอนุภาคที่มีพลังงานสูงลักษณะคล้ายกับเนบิวลาปูแต่มีพลังงานสว่างมากกว่ามาก แต่ข้อมูลของรังสีเอกซเรย์ที่ได้รับมีกำลังอ่อนเกินกว่าที่จะสร้างให้เกิดลักษณะเช่นนั้น ซึ่งทำให้ทีมของนักดาราศาสตร์สรุปเชื่อว่าผลการชนกันในครั้งนี้ทำให้เกิดหลุมดำขนาดเล็กแทน

เนื่องจากการค้นพบการชนกันของดาวนิวตรอนในครั้งนี้เป็นครั้งแรก ข้อมูลเอกซเรย์ที่มีอยู่มีเพียงข้อมูลเดียวไม่สามารถตรวจสอบเปรียบเทียบอ้างอิงกับข้อมูลอื่นๆได้ ดังนั้นข้อมูลเอกซเรย์ที่จะได้มาจากการชนกันในอนาคตจะช่วยในการยืนยันผลการค้นพบในครั้งนี้

 


 

ที่มาวารสารทางวิชาการ Astrophysical Journal Letters 

 

 

error: กด RightClick แทน