วัคซีนป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งพร้อมที่จะทดลองทางคลินิกแล้ว

วัคซีนต้นแบบที่อาจช่วยป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็กพร้อมที่ถูกใช้ในการทดลองทางคลินิกในปี 2018 แล้ว และวัคซีนชนิดนี้จริง ๆ แล้วเป็นวัคซีนที่ป้องกันโรคไวรัสโดยที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อจากหลักฐานว่าไวรัสเป็นสามารถหนึ่งที่ทำให้เด็กเป็นโรคเบาหวานชนิดนี้

วัคซีนชนิดนี้คาดว่าจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันกับเด็กในการต่อต้านเชื้อไวรัส ดังนั้นวัคซีนจะไม่ได้ช่วยรักษาโรคเบาหวานให้หายขาด แต่จะช่วยกำจัดและป้องกันเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่พบว่าเป็นสามารถทำให้เกิดความผิดปกติในภูมิคุ้มกันของร่างที่เข้าทำลายเซลล์ผลิตอินซูลิน

นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลากว่าสองทศวรรษในการวิจัยในครั้งนี้ โดยมีนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Tampere ประเทศฟินแลนด์เป็นผู้นำการวิจัย ซึ่งทีมงานได้เปิดเผยข้อมูลหลักฐานที่หนาแน่นว่าไวรัสค็อกส์ซักกี บี1 (coxsackievirus B1) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้ร่างกายเกิดภาวะแพ้ภูมิตัวเองจนเป็นผลให้ไปทำลายเซลล์ที่ผลิตอินซูลินในตับอ่อน ซึ่งนำไปสู่การเป็นโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งในเด็ก

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นชนิดที่เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินให้เพียงพอกับความต้องการในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และเหมาะสม การลดน้อยลงของอินซูลินเกิดจากเซลล์ในตับอ่อนที่เรียกว่าเซลล์เบต้าถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเอง ซึ่งเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในเด็กในช่วง 2-3 ปีแรกของการมีชีวิต

ในปัจจุบันยังคงมีความสงสัยกันถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเข้าทำลายเบต้าเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยที่การวิจัยบางส่วนบ่งชี้ไปที่ความผิดปกติของพันธุกรรม

อย่างไรก็ตามความผิดปกติอาจจะเกิดจากหลายสาเหตุดังเช่นจากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ได้ชี้ให้เห็นหลักฐานว่าไวรัสค็อกส์ซักกี บี1 มีส่วนสำคัญไปกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ การศึกษาของพวกเขาในปี 2014 พบว่าเด็ก 1 ใน 6 คนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งจะมีไวรัสค็อกส์ซักกี บี1 เข้ามาเกี่ยวข้อง

ถ้าหากวัคซีนที่พัฒนาขึ้นมาในครั้งนี้สามารถหยุดยั้งไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งได้ จำนวนของการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งในในอนาคตก็จะลดลงไปไม่น้อย ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองวัคซีนชนิดนี้กับหนูซึ่งแสดงให้เห็นว่าวัคซีนมีฤกธิ์ในการป้องกันเชื้อไวรัสและปลอดภัยในหนู ขั้นตอนต่อไปของพวกเขาก็คือการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ที่คาดจะเกิดขึ้นในปีหน้า

 


 

 

ที่มาวารสารทางวิชาการ Vaccine

 

error: กด RightClick แทน