แอร์บัสหยุดผลิตเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้เจ็ท A380

บริษัทแอร์บัสได้ออกมาประกาศการตัดสินใจที่จะหยุดผลิตเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้เจ็ท A380 หลังจากที่ให้การบริการมาเพียงสิบกว่าปี เครื่องบินซูเปอร์จัมโบเจ็ต A380 เป็นเครื่องบินที่ได้รับความสนใจจากผู้คนนานาชาติจำนวนมากเนื่องจากขนาดที่ใหญ่โตของมัน แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากสายการบินที่ต้องการเครื่องบินที่ประหยัดเชื้อเพลิงและเดินทางได้เร็วและไกลกว่า

การผลิตเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้เจ็ท A380 จะสิ้นสุดลงในปี 2021 หลังจากลูกค้ารายใหญ่ที่สุดคือสายการบินเอมิเรตส์และสายการบินอื่นๆอีกจำนวนหนึ่งได้รับเครื่องบินตามคำสั่งซื้อครั้งสุดท้ายไปแล้ว สายการบินกอล์ฟกล่าวว่าจะลดคำสั่งซื้อเครื่องบิน A380 ลงเหลือ 14 จาก 53 ลำ ในขณะที่บริษัทเอมิเรตส์กล่าวว่าจะหันไปซื้อเครื่องบินรุ่น A330 และ A350 ที่มีขนาดเล็กกว่าจำนวน 70 ลำมูลค่า 21.4 พันล้านดอลลาร์แทน

โครงการผลิตเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้เจ็ท A380 ตั้งแต่เริ่มต้นได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากสายการบินเอมิเรตส์ที่ได้สั่งซื้อเครื่องบินมากว่า 160 ลำ สายการบินต่างๆที่เคยสนใจในการสั่งซื้อเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้เจ็ทต่างได้ยกเลิกการสั่งซื้อตามๆกัน และในที่สุดสายการบินเอมิเรตส์ก็ได้ทำตามสายการบินอื่นๆที่ออกมากล่าวว่าจะพิจารณายกเลิกการสั่งซื้อเครื่องบิน A380 และซื้อเครื่องบินขนาดเล็กกว่าแทน เมื่อไม่มีลูกค้าบริษัทแอร์บัสดูเหมือนที่จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการยกเลิกการผลิต

เครื่องบิน A380 ได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยราคา 25 พันล้านเหรียญสหรัฐและให้บริการบินครั้งแรกเมื่อ 14 ปีก่อน จนถึงปัจจุบันบริษัทแอร์บัสได้ส่งมอบเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้เจ็ท A380 ไปทั้งสิ้นจำนวน 234 ลำน้อยกว่าที่บริษัทได้คาดการณ์ไว้ที่จำนวน 1,200 ลำอยู่มาก

ธุรกิจการบินได้เปลี่ยนแปลงจากอดีตมาสู่ปัจจุบันไปมาก เมื่อสองทศวรรษก่อนสายการบินเชื่อว่าการตั้งศูนย์การการบินที่เรียกว่าฮับนั้นเป็นรูปแบบธุรกิจของอาคต โดยที่เครื่องบินขนาดเล็กกว่าจะนำผู้โดยสารมารวมกันที่ฮับและเปลี่ยนเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้นนำผู้โดยสารไปยังฮับในภูมิภาคอื่นๆก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเครื่องบินเล็กกว่าบินไปสู่จุดหมายปลายทาง

แต่ในปัจจุบันผู้โดยสารต้องการที่จะบินตรงและให้เร็วที่สุดไม่ต้องการเปลี่ยนเครื่อง และในขณะที่สายการบินต้องการเครื่องบินที่มีราคาถูกกว่าและประหยัดเชื้อเพลิงกว่า ในช่วงที่บริษัทแอร์บัสได้ตัดสินใจที่จะสร้างและผลิตเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้เจ็ทดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่สายเกินไปสำหรับธุรกิจการบินแบบดังเดิมนั้น ในทางกลับกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกันบริษัทโบอิ้งได้หันไปพัฒนาเครื่องบินที่มีขนาดเล็กและเบากว่า ซึ่งนั้นก็หมายถึงจะใช้เขื้อเพลิงน้อยกว่าและบินได้ไกลกว่าอย่างช่นเครื่องบิน Dreamliner 787 ของบริษัทโบอิ้ง

ถึงแม้บริษัทโบอิ้งยังคงผลิตเครื่องบินจัมโบ้ 747 แต่แต่การผลิตชะลอตัวลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและมีเครื่องบินเพียงหกลำที่ถูกส่งมอบในปี 2018 และบริษัทโบอิ้งไม่ได้พัฒนาเครื่องบินจัมโบ้เจ็ทรุ่นใหม่ที่จะมาทดแทนเครื่องบินจัมโบ้ 747 แต่อย่างใด

บริษัทแอร์บัสกล่าวว่าจะมีการหารือกับตัวแทนพนักงานในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเกี่ยวกับพนักงานจำนวน 3,000 ถึง 3,500 คนซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการหยุดการผลิตเครื่องบิน A380 อย่างไรก็ตามหลังจากข่าวการหยุดผลิต A380  หุ้นของบริษัแอร์บัสได้พุ่งสูงขึ้น 5% เนื่องจากผลประกอบการปี 2018 ที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 30% เทียบจากปีก่อนหน้าเป็น 3.1 พันล้านยูโร โดยที่ยอดขายสูงขึ้นเป็น 63.7 พันล้านยูโร

 

 

error: กด RightClick แทน