วัคซีนป้องกันมะเร็งกำลังถูกตรวจสอบโดยอียู

vaccination

วัคซีนป้องกันไวรัสเอสพีวี (Human papillomavirus หรือ HPV) ถูกใช้เป็นวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งที่เกิดจากไวรัสชนิดนี้เช่นมะเร็งปากมดลูกกว่าสิปปีแล้ว โดยปริยายจึงเรียกวัคซีนป้องกันไวรัสเอสพีวีว่าวัคซีนป้องกันโรคมะเร็ง เมื่อไม่นานมานี้เองประเทศนอร์เวย์ได้ประกาศให้วัคซีนชนิดนี้ฟรีกับประชากรผู้หญิงทุกคนที่เกิดหลังจากปี 1991 ในขณะที่ประเทศเดนมาร์คยื่นขอให้สหภาพยุโรปตรวจสอบวัคซีนป้องกันไวรัสเอสพีวีเพราะจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนมีอาการผลข้างเคียงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

หน่วยงานยารักษาโรคของสหภาพยุโรป (EMA) ได้ประการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2016 ว่าจะเริ่มทำการตรวจสอบความปอดภัยของการใช้วัคซีนป้องกันไวรัสเอสพีวีจากการยื่นคำร้องของหน่วยงานสาธารณสุขและยารักษาโรคของประเทศเดนมาร์ค เนื่องจากมีรายงานจากเด็กผู้หญิงในประเทศได้รับผลข้างเคียงหลังจากได้รับวัดซีนเป็นจำนวนมาก จากอีกรายงานในประเทศประเทศญี่ปุ่นหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศในประเทศญี่ปุ่นได้สงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีนเช่นกัน

หน่วยงานยารักษาโรคของสหภาพยุโรปกล่าวว่ามีผู้หญิงกว่า 72 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสเอสพีวีเพื่อใช้ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ปี 2006 มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในผู้หญิงทั่วโลกและมีผู้หญิงที่เสียชีวิตในยุโรปมากกว่าหมื่นรายต่อปีถึงแม้ว่ามีระบบการตรวจวินิจฉัยในช่วงเริ่มต้นของโรคที่ดี 

Gardasil_vaccine

การยื่นคำร้องเพื่อให้ตรวจสอบจากประเทศเดนมาร์คเกิดขึ้นหลังจากที่โรงพยาบาล Frederiksberg ได้พบว่ามีเด็กผู้หญิงเป็นจำนวนมากมีอาการของผลข้างเคียงหลังจากได้รับวัคซีนเช่น ป็นลมและการเต้นผิดปกติของหัวใจ
ด้วยเหตุผลของอาการข้างเคียงนี้มีเด็กผู้หญิงในเดนมาร์คกว่า 100 คนได้ยื่นเรียกร้องการชดเชยทางการเงินสำหรับผลข้างเคียงที่พวกเขาได้รับ และที่ผ่านมามีสามคนได้รับเงินชดเชยจากผลข้างเคียงรวมกันเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท คาดประมาณว่ามีเด็กผู้หญิงมากว่า  800 คนที่ได้รับผลข้างเคียงจากวัดซีน
ในประเทศยุโรปได้คำนึงถึงผลข้างเคียงอันนี้แต่ผลที่ดีของวัคซีนมีมากกว่าจึงได้แนะนำประชากรเด็กผู้หญิงให้ฉีดวัคซีน ประเทศนอร์เวย์ประกาศให้ผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 25 สามารถรับวัคซีนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่มีแพทย์ผู้เชียวชาญบางคนยังไม่เห็นด้วยกับการใช้วัคซีนไวรัสเอสพีวีเป็นวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งซึ่งพวกเขาบอกว่าไม่คุ้มกับความเสียง

ที่มา The European Medicines Agency (EMA)
error: กด RightClick แทน