ยอดเกินดุลการค้าในเดือนพฤษภาคมของจีนอยู่ที่ 4 หมื่นล้านดอลลาร์

ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างจีนแลสหรัฐฯ ประเทศจีนได้ออกมาประกาศยอดเกินดุลการค้าโดยรวมสูงกว่าที่คาดการณ์ที่ 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนที่แล้ว ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์รวบรวมข้อมูลโดยรอยเตอร์คาดว่าจีนจะเกินดุลการค้าโดยรวมเพียง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม

สำนักงานศุลกากรกลางของจีนกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าการส่งออกในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในขณะที่การนำเข้าลดลง 8.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน ดุลการค้าโดยรวมของจีนในเดือนเมษายนอยู่ที่ 1.38 หมื่นล้านดอลลาร์ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเกิดจากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น 4% อย่างไม่คาดคิด และการส่งออกลดลงไป 2.7%

และที่สำคัญยอดเกินดุลการค้าของจีนที่มีต่อสหรัฐยังคงเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 26.89 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคมจาก 21.01 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน ซึ่งเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 28

ความไม่สมดุลทางการค้าที่มีอยู่อย่างมากระหว่างทั้งสองประเทศเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาใช้ในการเริ่มต้นสงครามทางการค้า โดยที่สหรัฐฯเริ่มต้นใช้อัตราภาษีนำเข้าจากประเทศจีนที่สูงขึ้น และการเจรจาระดับสูงระหว่างสหรัฐฯและจีนได้ล้มเหลวลงเมื่อเดือนที่แล้วหลังจากสหรัฐฯปรับขึ้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์โดยอ้างว่าปักกิ่งเป็นผู้หักสัญญา

นักวิเคราะห์หลายคนคาดว่าจีนจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนักจากสงครามการค้าอย่างต่อเนื่องซึ่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาได้มีสัญญาณการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจ กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนลงจากความกังวลทางการค้า

 

 

error: กด RightClick แทน