นักวิทยาศาสตร์จีนอ้างว่าให้กำเนิดเด็กมีพรรธุกรรมถูกแก้ไขเป็นรายแรกของโลก

นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนได้อ้างว่าได้ให้กำเนิดเด็กทารกฝาแฝดที่ได้รับการแก้ไขพรรธุกรรมเป็นรายแรกของโลก ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกต่างได้วิจารณ์กันอย่างมากกับการนำเทคโนโลยีแก้ไขพรรธุกรรมมาใช้กับมนุษย์ในครั้งนี้

รัฐบาลจีนได้สั่งให้มีการตรวจสอบการกำเนิดของเด็กทารกที่ได้รับการแก้ไขพรรธุกรรมรายแรกของโลกโดยด่วนแล้ว ในขณะที่โรงพยาบาลที่ถูกอ้างว่าเป็นสถานที่ที่ให้กำเนิดเด็กทารกฝาแฝดได้ออกมาปฏิเสธการให้กำเนิดเด็กทารกดังกล่าวและปฏิเสธการมีส่วนร่วมใดๆ กฎหมายจีนในปัจจุบันอนุญาติให้ทำการทดลองวิจัยกับตัวอ่อนของมนุษย์อายุสูงสุดได้ 14 วันเท่านั้น

จากการประชุมนานาชาติครั้งที่ 2 เรื่องการแก้ไขจีโนมมนุษย์ ณ มหาวิทยาลัยฮ่องกงศาสตราจารย์ฮีเจียนกุยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเซาท์เทิร์นในเซินเจิ้นได้อ้างว่าห้องทดลองของเขาได้ถูกใช้เป็นสถานที่ที่ใช้ในการแก้ไขพันธุกรรมตัวอ่อนของมนุษย์ที่ได้มาจากปฏิสนธิในหลอดทดลองของพ่อแม่เจ็ดคน เขากล่าวว่านอกจากทารกฝาแฝดที่เกิดมาแล้วยังมีความเป็นไปได้ว่ามีการตั้งครรภ์อีกหนึ่งคนแต่ยังคงอยู่ในระยะแรกๆ

การแก้ไขพรรธุกรรมในครั้งนี้ศาสตราจารย์ฮีเจียนกุยได้อ้างว่าได้ใช้เทคนิคแก้ไขพรรธุกรรมที่เรียกว่าครีสเปอร์เพื่อทำให้ตัวอ่อนทารกมีความต้านทานต่อเชื้อไวรัสเอชไอวีโดยการทำให้ยีนที่เรียกว่า CCR5 ไม่ทำงาน หลังจากนั้นก็ฉีดกลับเข้าไปในครรภ์ของแม่ซึ่งได้ให้กำเนิดทารกฝาแฝดเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์ผู้นี้กล่าวว่าบิดาของเด็กทารกฝาแฝดเป็นผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี และเป็นผู้ที่มีความรู้สึกสูญเสียความหวังในชีวิตก่อนที่จะมาลงทะเบียนกับการทดลอง ซึ่งตอนนี้พ่อผู้นี้ได้กลับมามีความรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าอีกครั้งหลังจากได้ลูกสองคน

ศาสตราจารย์ฮียังกล่าวอีกว่ามหาวิทยาลัยที่เขาทำงานไม่ได้รู้การทำงานของเขา และนอกจากนั้นทางมหาวิทยาลัยยังไม่รู้อีกด้วยว่าเขาได้ใช้เงินวิจัยของมหาวิทยาลัยไปในการทดลองส่วนตัวของเขา ซึ่งเป็นผลทำให้เขาได้รับการพักงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนอยู่ขณะนี้ และรัฐบาทสั่งให้การทดลองทั้งหมดต้องยุติลง

การการพูดคุยในที่ประชุมของศาสตราจารย์ศาสตราจารย์ฮีกล่าวว่าเด็กทารกฝาแฝดมีชื่อเล่นว่าลูลูและนานาได้เกิดมามีความปกติและสมบูรณ์เหมือนเด็กทารกทั่วไป ทารกทั้งสองจะได้รับการเฝ้าตรวจสอบดูแลไปอย่างน้อย 18 ปีเพื่อตรวจการกลายพันธุ์นอกเป้าหมาย ความต้านทานต่อเชื้อเอชไอวี และผลข้างเคียงอื่นๆ

ยังไม่แน่ชัดว่าการทำให้ยีน CCR5 ไม่ทำงานจะมีผลกระทบอย่างไรกับเด็กทารกทั้งสอง เนื่องจากยีน CCR5 จะเกี่ยวข้องกับการทำงานของภูมิคุ้มกันของร่างกายที่อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อต่างๆได้ แต่ศาสตราจารย์ฮีกล่าวว่าพ่อแม่ได้รับแจ้งถึงความเสี่ยงเหล่านี้ก่อนที่จะตกลงเขาร่วมกับการทดลอง

แม้จะมีความกังวลทางด้านจริยธรรมและไม่เห็นด้วยในประเทศตะวันตกกับการแก้ไขพรรธุกรรมของมนุษย์ แต่จากการทำการสำรวจที่ผ่านมาดูเหมือนว่าประชาชนชาวจีนมีความต้องการและเห็นด้วยกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขพรรธุกรรม แต่ไม่ได้บงชี้ว่าประชาชนชาวจีนมีความรู้เรื่องผลกระทบของการแก้ไขพรรธุกรรมมากน้อยเพียงใด

สิ่งที่อันตรายที่สุดก็คือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการแก้ไขพรรธุกรรมที่ไม่มีใครรู้และเข้าใจและจะถ่ายทอดต่อๆไปให้ลูกๆหลานๆในหลายชั่วอายุคนหนึ่ง

 

 

error: กด RightClick แทน