พบว่าอบเชยช่วยลดความเสี่ยงจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

อาหารที่มีไขมันสูงถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น และสามารถนำไปสู่การเกิดโรคเบาหวานและภาวะที่เป็นอันตรายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดได้ แต่การวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเราอาจจะสามารถลดความเสี่ยงบางประการด้วยการผสมผสานอบเชยในอาหารที่เรารับประทาน

การศึกษาวิจัยที่นำเสนอผลงานในการประชุมสมาคมโรคหัวใจอเมริกันที่เมืองมินนีแอโพลิสรัฐรัฐมินนิโซตาประเทศสหรัฐอเมริกาประจำปี 2017 พบว่าการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเสริมด้วยอบเชย 12 อาทิตย์ทำให้การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักน้อยกว่า นอกจากนั้นผลการตรวจเลือดแสดงให้เห็นว่าเลือดมีระดับไขมัน น้ำตาลและอินซูลินที่ดีกว่าจากการทดลองกับหนูเมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ไม่ได้รับอบเชยเสริมในอาหาร

อบเชยเป็นเครื่องเทศที่ได้มาจากเปลือกของต้นสกุลอบเชยที่ประกอบด้วยสารโพลีฟีนอลที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ และสารโพลีฟีนอลเป็นสารประกอบที่อาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยงบางประการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่เกิดจากรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

การทดลอง

จากการทดลอง 12 อาทตย์กับหนูทดลองสองกลุ่ม โดยที่ทั้งสองกลุ่มจะได้รับอาหารที่มีไขมันสูงเหมือนกัน แต่กลุ่มเดียวจะได้รับอบเชยเป็นอาหารเสริมร่วมด้วย นักวิยาศาสตร์พบว่าหนูในกลุ่มที่ได้รับอบเชยเป็นอาหารเสริมร่วมด้วยกับอาหารไขมันสูงจะมีการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักน้อยกว่าอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รับอบเชยเป็นอาหารเสริม

จากการวิเคราะห์เลือดของหนูทั้งสองกลุ่มยังพบว่าหนูที่ได้รับอบเชยเป็นอาหารเสิรมมีผลค่าเลือดที่แสดงให้เห็นว่ามีสุขภาพดีกว่าหนูอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รับอาหารเสริม นอกจากนั้นยังพบว่าหนูที่ได้รับอบเชยจะมีโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับการเก็บไขมันในร่างกายน้อยกว่า และสารโพลีฟีนอลดูเหมือนจะช่วยป้องกันการอักเสบและเพิ่มจำนวนโมเลกุลของแอนติออกซิเดนท์อีกด้วย

แอนติออกซิเดนท์ช่วยป้องกันภาวะถูกออกซิไดซ์เกินสมดุล (oxidative stress) การเกินความสมดุลนี้จะทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้นในเซลล์อันเนื่องมาจากการอนุมูลอิสระมากเกินไปหรือมีแอนติออกซิเดนท์น้อยเกิดนไปซึ่งอาจจะมีผลร้ายแรงต่อเซลล์ที่ก่อให้เกิดโรคหรือมีผลต่อสุขภาพมากมาย เช่นหัวใจวายและโรคหัวใจ

จากการทดลองนี้นักวิทยาศาสตร์ผู้ทำวิจัยเชื้อว่าสารประกอบในอบเชยอาจจะช่วยลดความเสียหายจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงได้ การทดลองนี้เป็นเพียงการทดลองในระยะแรก ๆ การทดลองซ้ำเพื่อทำการยืนยันผลการทดลองในครั้งนี้ยังคงต้องทำก่อนที่จะเข้าสู่การทดลองทางคลินิคกับมนุษย์ต่อไป 

 


 

ที่มา the American Heart Association’s Arteriosclerosis, Thrombosis and Vascular Biology/Peripheral Vascular Disease 2017 Scientific Sessions

 

 

error: กด RightClick แทน