แพลทินัมอาจจะอธิบายการสูญหายไปของชาวโคลวิสและสัตว์ยุคน้ำแข็ง

ถึงแม้ไม่มีใครรู้อย่างแน่ชัดถึงการสูญหายไปของคนเผาโคลวิส (Clovis people) เมื่อ 12,800 ปีที่แล้ว และในการสูญหายไปดูเหมือนจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการสูญหายไปของสัตว์ยุคน้ำแข็งหลายชนิด แต่การค้นพบของนักโบราณคดีอาจจะให้คำตอบของการสูญหายไปอย่างลึกลับ

นักวิทยาศาสตร์พบแพลทินัมที่มีกระจัดกระจายเป็นจำนวนมากในแหล่งโบราณคดีทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งการค้นพบแพลทินัมอาจจะเป็นกุญแจไขปัญหาของการสูญหายไปของคนเผาโคลวิส แพลทินัมเป็นวัสถุที่เป็นส่วนประกอบของดาวหางและดาวเคราะห์น้อย ผลการวิจัยในครั้งนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในรายงานทางวิทยาศาสตร์ในวารสาร Nature

การค้นพบแพลทินัมจำนวนมากในชั้นดินที่ตรงกับยุคยังเกอร์-ไดรยัส (Younger-Dryas) ซึ่งเป็นยุคที่มีภูมิอากาศหนาวเย็นที่เริ่มต้นเมื่อ 12,800 ปีที่แล้วและมีระยะเวลา 1,400 ปี การกลับมาของยุคน้ำแข็งในยุคยังเกอร์-ไดรยัสได้มีการศึกษาและยืนยันในเรื่องนี้ แต่เหตุผลของการสูญหายไปของคนเผาโคลวิสและสัตว์ในยุคนั้นไม่ยังคงเป็นที่ไม่ชัดเจน

 

แหล่งโบราณคดีที่ค้นพบแพลทินัม ภาพโดย สถาบันโบราณคดีและมานุษยวิทยาแห่งเซาท์แคโรไลนามหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา

แพลทินัมเป็นแร่ที่ไม่พบกันโดยทั่วไปบนเปือกโลก แต่เป็นแร่ที่พบมาบนดาวเคราะห์น้อยและดาวหางต่างๆ และการค้นพบแพลทินัมในชั้นดินในแหล่งโบราณคดี 11 แห่งเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา การค้นพบครั้งนี้พบในรัฐแคลิฟอร์เนียแอริโซนา นิวเม็กซิโก โอไฮโอ เวอร์จิเนีย นอร์ทแคโรไลนา และเซาท์แคโรไลนา

แพลทินัมที่พบเป็นจำนวนมากได้ยืนยันถึงความเป็นไปได้มากที่ดาวเคราะห์น้อยตกสู่พื้นโลก และการที่แพลทิมัพบกระจัดกระจายทั่วสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าการตกของดาวเคราะห์น้อยจะต้องเป็นการตกครั้งใหญ่ที่ทำให้เป็นผลกระทบในระดับทวีปหรืออาจจะในระดับโลก

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่ายุคยังเกอร์-ไดรยัสตรงกับช่วงเวลาที่ชาวเผาโคลวิสและสัตว์ยุคน้ำแข็ง 35 สายพันธุ์สูญหายไป ถึงแม้ว่าสัตว์ยุุคน้ำแข็งเหล่านี้จะเริ่มลดน้อยลงมากก่อนยุคยังเกอร์-ไดรยัส แต่หลังยุคนี้สัตว์เหล่านี้ได้หายไปหมดอย่างสิ้นเชิง

แพลทินัม ภาพโดย Alchemist-hp

จากการค้นพบแพลทินัมและแร่อื่นที่ได้มาจากดาวเคราะห์น้อยทำให้นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่าการสูญพันธุ์ไปของชาวเผาโคลวิสและสัตว์ยุคน้ำแข็งเกิดขึ้นจากการตกของดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ แต่การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติ่มและยืนยันว่าทฤษฎีนี้ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับในกลุ่มของนักวิทยาศาสตร์โดยทั่วไป

ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ภัยอันตรายจากนอกโลกจากดาวเคราะห์น้อยเป็นที่รู้และเข้าใจกันเป็นอย่างนี้ และเชื่อกันว่าเมื่อ 65 ล้านปีก่อนกันชนของดาวเคราะห์น้อยทำให้สัตว์ดึกดำบรรพ์อย่างไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้  นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายคนกล่าวว่าดาวเคราะห์เคยตกในอดีตและจะตกอีกในอนาคต การตกของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่อาจจะทำมนุษย์เราสูญพันธุ์ไปในอนาคตก็ได้

 

 

อ่านเรื่องราวอื่นๆ เกี่ยวกับยุคดึกดำบรรพ์


 

ที่มา University of South Carolina

 

error: กด RightClick แทน