นักวิทยาศาสตร์กำลังเจาะหลุ่มลึกในพื้นที่ภูเขาไฟเพื่อนำพลังงานมาใช้

volcano

ประเทศไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่อยู่ในเขตภูเขาไฟ (volcano)ที่มีการระเบิดมากที่สุดในโลกและเป็นเกาะที่ตั้งอยู่บนหลุ่มแม็กม่าขนาดใหญ่ ประเทศไอซ์แลนด์ได้วิศวะกรรมพลังงานความร้อนใต้ดินมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งธรรมชาติมาหลายสิปปีแล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์กำลังทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อนนั้นก็คือการเจาะหลุ่มลึกกว่า 5 กิโลเมตรลงไปในส่วนที่มีความร้อนประมาณ 500 องศาเพื่อนำพลังงานมาใช้งาน

ประเทศไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่เป็นเกาะในเขตอาร์ติก ทรัพยากรธรรมชาติที่มากที่สุดของประเทศก็จะอยู่ในทะเลแอตแลนติกและพลังความร้อนจากความร้อนใต้ดิน นักวิทยาศาสตร์ได้รวมมือกับภาคอุตสาหกรรมและกำลังเจาะหลุ่มลึกเพื่อนำความร้อนภายใต้พื้นดินมาใช้เป็นพลังงานโดยที่จะเจาะถึงความลึกที่ตั้งไว้ 5 กิโลเมตรในอีกสองสามอาทิตย์ และที่ความลึกขนาดนี้คาดว่าจะให้คววามร้อนมากว่า 500 องศาเซลเซียส

ทีมงานกล่าวว่าการขุดไปถึงจุดที่ความร้อนขนาดนี้ไม่เคยมีใครสามารถทำได้หรือไม่เคยทำมาก่อน การเจาะด้วยเครื่องขุดเจาะธรรมดาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 2.5 กิโลเมตรและมีความร้อนประมาณ 300 องศาเซลเซียส แต่ทางนักธรณีวิทยาต้องการที่จะทวีคูณความลึกเป็นสองเท่าตัว ณ ปัจจุบันทีมงานได้ขุดเจาะไปแล้วเกือบถึงความลึกที่ 4.5 กิโลเมตร โดยคาดหวังว่าจะถึงจุดเป้าหมายที่ 5 กิโลเมตรภายในสิ้นปีนี้ สถานที่ขุดเจาะในครั้งนี้ตั้งอยู่ที่คาบสมุทร Reykjanes ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อ 700 ปีก่อน การขุดเจาะจะทำตลอด 24 ชั่วโมงและทำมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

volcano energy

หัวหน้านักธรณีในโครงการนี้กล่าวผ่านทางบีบีซีว่าพวกเขาไม่ต้องการที่จะเจาะไปยังหลุ่มแม็กม่า (magma) แต่ไปยังหินที่มีความร้อนประมาณ 400-500 องศาเซลเซียส ในบริเวณเดียวกันนี้ทางทีมงานได้เคยเจาะมาแล้วที่ความลึกประมาณ 2.5 กิโลเมตรและทำความร้อนมาผลิตพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานที่สะอาด

เมื่อเจาะไปถึงความลึก 5 กิโลเมตรทีมงานหวังที่จะเจอะหินหลอมเหลวผสมกับน้ำใต้หิน เนื่องด้วยความร้อนและแรงดันที่มีมหาสารน้ำใต้หินก็จะกลายเป็นไอน้ำที่มีความร้อนและแรงดันสูงมาก ๆ (ที่เรียกว่า supercritical steam)ซึ่งจะให้พลังมาก พวกเขาต้องการที่จะนำเอาไอน้ำที่มีความร้อนและแรงดันสูงขึ้นมาผลิตพลังงานไฟฟ้าบนพื้นดิน

GEOTHERMAL_ENERGY

การขุดเจาะต้องระวังเพราะประเทศประเทศไอซ์แลนด์ตั้งอยู่บนหลุ่มแม็กม่าขนาดใหญ่ เมื่อปี 2009 ทีมงานนี้ได้เจาะหลุ่มลึกประมาณ 2.1 กิโลเมตรและได้เจาะไปเจอะหลุ่มแม็กม่าที่ตื้นซึ่งทำให้การขุดต้องยกเลิกไปเพราะเกิดความเสียหาย  การขุดเจาะในครั้งนี้ไม่ได้เอาส่วนของหินขึ้นที่ขุดเจาะขึ้นมาบนพื้นดินเพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ดังนั้นการขุดเจาะเป็นการเจาะแบบคาดเดาว่าจะไม่เจอะแม็กม่า

 


 

ที่มา บีบีซี

 

error: กด RightClick แทน