เชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ดื้อยากำลังระบาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ยุงพาหะนำโรคมาลาเรีย ภาพโดย CDC

ผลการศึกษาวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ The Lancet พบว่าเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ดื้อยาได้วิวัฒนาการขึ้นและกำลังแพร่ระบาดไปทั่วประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนาม รายงานยังได้เตือนสภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขจากเชื้อโรคมาลาเรียสายพันธุ์ดื้อยาที่อาจเกิดขึ้นทั่วโลกได้

การวิจัยพบว่า ยาที่ใช้รักษาโรคมาลาเรียสองชนิดรวมกันที่มีชื่อว่า ไดไฮโดรอาร์ติมิซินีน-ไปเปอราควิน  (หรือ DHA-PPQ – dihydroartemisinin-piperaquine) นั้นมีมีอัตราล้มเหลวในการรักษาถึง 62% ในกัมพูชาตะวันตก 27% ในกัมพูชาตะวันออกเฉียงเหนือ 53% ในเวียดนามตะวันตกเฉียงใต้ และ 87% ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ดำเนินการโดยสถาบัน เวลล์คัมแซงเงอร์ ซึ่งเป็นสถาบันศึกษาเกี่ยวกับจีโนมและพันธุศาสตร์ของประเทศสหราชอาณาจักรที่ไม่หวังผลกำไร และมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ได้กล่าวว่า การแพร่กระจายของเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ดื้อยาพบครั้งแรกทั่วไปในประเทศกัมพูชาตะวันตกตั้งแต่ปี 2008 และตั้งแต่นั้นมาสายพันธุ์ดื้อยาได้วิวัฒนาการและกลายพันธุ์เป็นเชื้อปรสิตกลุ่มย่อยใหม่ ๆ

นักวิจัยกล่าวว่า การแพร่กระจายกลุ่มสายพันธุ์ย่อยต่าง ๆ จากประเทศกัมพูชาไปประเทศข้างเคียงแสดงให้เห็นว่าเชื้อโรคมีสมรรถภาพและการอยู่รอดที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนั้นนักวิจัยยังกระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ หยุดใช้ยา DHA-PPQ เพราะจะทำให้เชื้อโรคดื้อยามากยิ่งขึ้น และประเทศต่างๆจำเป็นต้องใช้วิธีการรักษาแบบอื่น ๆ และเร่งกำจัดสายพันธุ์ดื้อยาเหล่านี้ก่อนที่จะแพร่กระจายไปทั่วโลก

โรคมาเลเรียเกิดจากเชื้อปรสิตสปอโรโซนที่มียุงก้นปล่องตัวเมียเป็นพาหะ(ยุงตัวเมียเท่านั้นที่กัด) ในปัจจุบันมาเลเรียถือว่าเป็นโรคที่ป้องกันได้และรักษาได้ อย่างไรก็ตามในแต่ละปีมีประมาณ 435,000 คนที่เสียชีวิตจากโรคมาเลเรีย

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระหว่างปี 2000 และ 2015 มีผู้เสียชีวิตลดลงไปจากโรคมาลาเรีย  62% แต่จากข้อมูลการศึกษาวิจัยนี้ทำให้องค์การอนามัยโลกมีความกังวลว่าโรคมาลาเรียกำลังจะกับมาระบาดเพิ่มมากขึ้นจากสายพันธุ์ที่ดื้อยา รายงานขององค์การอนามัยโลกปี 2018 พบว่ามีผู้ป่วยมาลาเรียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน 13 ประเทศและเพิ่มขึ้น 2 ล้านรายทั่วโลกระหว่างปี 2016 และ 2017

 

 

error: กด RightClick แทน