ขั้วเหนือของสนามแม่เหล็กโลกกำลังเคลื่อนตัวไปทางรัสเซียเร็วผิดปกติ

ภาพโดย NATIONAL CENTERS FOR ENVIRONMENTAL INFORMATION

ขั้วเหนือของสนามแม่เหล็กโลกกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกในอัตราที่รวดเร็วผิดปกติโดยมุ่งหน้าจากอาร์กติกของประเทศแคนาดาไปทางตะวันออกทางประเทศรัสเซีย

นักวิทยาศาสตร์พบว่าขั้วเหนือของสนามแม่เหล็กโลกกำลังเคลื่อนตัวไปทางประเทศรัสเซียด้วยความเร็ว 55 กิโลเมตรต่อปี แต่ได้ชะลอความเร็วลงมาเมื่อไม่นานมานี้มาอยู่ที่ 40 กิโลเมตรต่อปี การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสนามแม่เหล็กทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับระบบนำทางด้วยดาวเทียมอย่างเช่น ระบบจีพีเอส (GPS) และระบบนำทางอื่น ๆ ที่ใช้สนามแม่เหล็กโลกเป็นจุดอ้างอิง

การเคลื่อนตัวและการพลิกขั้วของสนามแม่เหล็กโลกเป็นเรื่องปกติ และเกิดขึ้นหลายครั้งในประวัติศาสตร์ของโลก ขั้วเหนือและใต้ของสนามแม่เหล็กโลกเป็นผลมาจากเหล็กที่หลอมเหลวรอบแกนภายในโลกไหลเวียนวนในขณะเดียวกับที่โลกหมุนรอบตัวเองทำให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้นรอบโลกเสมือนไดนาโม สนามแม่เหล็กโลกเป็นสิ่งสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกเพราะเป็นเกราะป้องกันลมสุริยะและอนุภาคที่มีประจุจากดวงอาทิตย์

ณ ปัจจุบันขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้จะตรงกับขั้วเหนือและใต้ของสนามแม่เหล็กโลก แต่ในอดีตขั้วของสนามแม่เหล็กโลกเคยพลิกกลับกันหลายต่อหลายครั้ง โดยที่ขั้วใต้ของสนามแม่เหล็กโลกพลิกไปอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ และขั้วเหนือของสนามแม่เหล็กโลกพลิกไปอยู่ที่ขั้วโลกใต้ นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจสอบการพริกกับของสนามแม่เหล็กโลกที่เคยเกิดขึ้นจากชั้นหินที่มีการจัดเรียงธาตุเหล็กที่จะชี้ไปทางขั้วสนามแม่เหล็กโลกเหนือในช่วงเวลาที่หินนั้นเป็นยังคงเป็นของเหลวอยู่และแข็วตัวเมื่อเย็นลง

บันทึกทางธรณีวิทยาพบว่าการพลิกกลับของสนามแม่เหล็กโลกเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อประมาณ 780,000 ปีก่อน และจากข้อมูลทางธรณีวิทยาพบว่าการพลิกกลับจะเกิดขึ้นทุก ๆ 500,000 ปี ดังนั้นปัจจุบันได้เกินเวลาการพลิกกลับของสนามแม่เหล็กโลกไปกว่าสองแสนปีแล้ว แต่ระบบสนามแม่เหล็กโลกมีความซับซ้อนที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถเข้าใจและคาดการณ์ได้

การพลิกกลับของแม่เหล็กโลกจะมีผลกระทบร้ายแรงต่ออารยธรรมมนุษย์หากเกิดขึ้น เนื่องจากในช่วงการพลิกกลับสนามแม่เหล็กโลกจะหายไปหรือมีอยู่เบาบาง ปราศจากสนามแม่เหล็กโลกแล้วสิ่งมีชีวิตบนโลกจะได้รับอันตรายจากลมสุริยะรังสีต่าง ๆ นอกจากนั้นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี เช่น ดาวเทียมการบินและสายส่งไฟฟ้าจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากรังสีดวงอาทิตย์และรังสีคอสมิก แต่นักธรณีฟิสิกส์ส่วนใหญ่เชื่อว่าการพลิกกลับของแม่เหล็กโลกจะไม่เกิดขึ้นในสองสามศตวรรษข้างหน้านี้

ในอนาคตอันใกล้นี้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้ว่าการเคลื่อนตัวของขั้วเหนือของสนามแม่เหล็กโลกจะยังคงมีอยู่ต่อไปนานเท่าไรและในอัตราความเร็วเท่าไร ส่วนขั้วใต้สนามแม่เหล็กโลกดูเหมือนจะหยุดนิ่งมาหลายทศวรรษแล้ว

 

 

error: กด RightClick แทน