เครื่องดื่มชูกำลังทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลง

เครื่องดื่มชูกำลังกำลังเป็นที่นิยมโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น แต่การทดลองทางคลินิกล่าสุดได้รายงานว่าเครื่องดื่มชูกำลังจะไปทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลง และทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูง

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีอาสาสมัครเข้ารวมจำนวน 34 คนอายุระหว่าง 18 ถึง 40 อาสาสมัครจะอดอาหารในช่วงเวลากลางคืน และในวันต่อมาจะดื่มเครื่องดื่มชูกำลังขนาด 470 มิลลิตรหนึ่งหรือสองกระป๋อง จากนั้นนักวิจัยจะวัดจังหวะการเต้นของหัวใจของอาสาสมัครด้วยเครื่องอ่านคลื่นไฟฟ้ามาตรฐาน และวัดความดันโลหิตของอาสาสมัครทุก ๆ 30 นาทีเป็นเวลา 4 ชั่วโมง

นักวิจัยพบว่าจังหวะการเต้นของหัวใจของอาสาสมัครที่ได้รับเครื่องดื่มชูกำลังจริงเพิ่มขึ้นมากกว่าผู้ที่ได้รับเครื่องดื่มชูกำลังลอกสูงถึง 64% นอกจากนั้นแล้วความดันโลหิตเฉลี่ยของอาสาสมัครที่ได้รับเครื่องดื่มชูกำลังจริงเพิ่มสูงขึ้น ความโลหิตดันช่วงหัวใจคลายเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 3.5 mmHg ความดันโลหิตช่วงหัวใจบีบเพิ่มขึ้น  4.6 ถึง 6.1 mmHg

นักวิจัยกล่าวว่าถึงแม้การเปลี่ยนแปลงจะดูไม่มาก แต่การเปลี่ยนแปลงนี้หากเกิดขึ้นในผู้ป่วยหรือในเด็กจะเป็นอัตรายมาก นอกจากนั้นแล้วการศึกษาดังกล่าวเป็นการทดลองในระยะสั้น การดื่มเครื่องดื่มเป็นประจำจะส่งผลกระทบร่างกายมากน้อยอย่างไรยังจำเป็นต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

ผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารเสริมจะแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ยาเสพติดตรงที่ว่าไม่จำเป็นต้องได้รับการทดสอบด้านความปลอดภัยหากส่วนผสมเป็นส่วนผสมที่พบมีอยู่ในธรรมชาติ ถึงแม้ว่าทางสมาคมเครื่องดื่มอเมริกาได้ออกมายืนหยัดความปลอดภัยของเครื่องดื่มชูกำลังโดยกล่าวว่าส่วนผสมหลายอย่างเป็นส่วนผสมที่มีอยู่ในอาหารทั่วไปและได้รับการศึกษาด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตามส่วนผสมหลายอย่างในเครื่องดื่มชูกำลังมีความเข้มข้นสูงมาก มากกว่าที่พบอยู่ในอาหารธรรมชาติ

เครื่องดื่มชูกำลังส่วนใหญ่จะมีคาเฟอีนในปริมาณมาก นอกจากนั้นจะมีน้ำตาล วิตามิน เช่นวิตามิน B  และสารกระตุ้นถูกต้องตามกฎหมาย เช่น กัวรานา ( guarana)​ พืชที่พบในป่าอเมซอน ทอริน (taurine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่พบตามธรรมชาติในเนื้อสัตว์และปลา และแอล-คาร์นิทีน (L-carnitine) ซึ่งสารในร่างกายของที่ช่วยเปลี่ยนไขมันให้เป็นพลังงาน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่างองค์การอนามัยโลกและสถาบันกุมารเวชศาสตร์อเมริกากล่าวว่าส่วนผสมเหล่านี้มีความเข้มข้นสูง และผสมรวมกับคาเฟอีนในปริมาณสูงอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก ซึ่งได้แนะนำว่าเด็กๆไม่ควรบริโภค

แม้แต่กองทัพสหรัฐฯได้เตือนทหารว่าไม่ควรดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากเกินไป เนื่องจากจะไปรบกวนกระบวนการนอนหลับ ซึ่งนำไปสู่ความเหนื่อยล้าในช่วงการเรียนหรือในช่วงประจำการหน้าที่

ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐฯ ได้แนะนำว่ารุ่นอายุระหว่าง 12 ถึง 18 ไม่ควรเดิมเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนเกิน 100 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งโดยปกติเครื่องดื่มชูกำลังหนึ่งกระป๋องส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของคาเฟอีนตั้งแต่ 100 มิลลิกรัมขึ้นไป

 

 

error: กด RightClick แทน