ใบหน้าบรรพบุรุษของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ถูกเปิดเผยโฉม

มนุษย์ ออสตราโลพิเธคคัส แอนาเมนซิส ภาพโดย Matt Crow, THE CLEVELAND MUSEUM OF NATURAL HISTORY

ใบหน้าบรรพบุรุษของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 3.8 ล้านปีก่อนได้ถูกสร้างใบหน้าขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์จากกะโหลกที่อยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์ที่ถูกค้นพบในแหล่งโบราณคดี โวรันโซมิลล์ ประเทศเอธิโอเปียก่อนหน้านี้ 

กะโหลกศีรษะซึ่งนักวิทยาศาสตร์ให้ชื่อว่าเอ็มอาร์ดี (MRD) ซึ่งมาจากหมายเลขชุดการเก็บตัวอย่าง MRD-VP-1/1 ถูกค้นพบในปี 2016 ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติได้ตรวจวัดพบว่ากะโหลกศีรษะดังกล่าวมีอายุ 3.8 ล้านปี และจากลักษณะทางสัณฐานวิทยาบงบอกว่า กะโหลกศีรษะเป็นของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ในสายพันธุ์ ออสตราโลพิเธคคัส แอนาเมนซิส (Australopithecus anamensis) เชื่อว่าเป็นเพศชาย

มนุษย์ดึกดำบรรพ์ในสายพันธุ์ ออสตราโลพิเธคคัส แอนาเมนซิส หรือย่อว่า เอ.แอนาเมนซิส ได้อาศัยอยู่บนโลกเมื่อประมาณ 4.2 ถึง 3.8 ล้านปีก่อน รูปลักษณ์ของมนุษย์ เอ.แอนาเมนซิส จะเป็นการผสมผสานระหว่างสัตว์วานรและมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์แน่ใจว่ามนุษย์ เอ.แอนาเมนซิส เดินด้วยสองขาเช่นเดียวกับมนุษย์ปัจจุบัน แต่จะมีแขนที่ยาวกว่าและมือที่แข็งแรงกว่าที่บ่งบอกว่ามนุษย์สายพันธุ์นี้มีความสามารถในการปีนป่ายที่ดีกว่ามนุษย์เรามาก

เมื่อเราเห็นรูปลักษณ์ของมนุษย์ เอ.แอนาเมนซิสเราอาจจะคิดว่าเป็นมนุษย์ดึกดำบรรพ์อีกสายพันธุ์หนึ่งที่รู้จักกันดีคือ ออสตราโลพิเธคคัส อฟาร์เอนซิส (Australopithecus afarensis ) ​หรือย่อว่า เอ.อฟาร์เอนซิส ซึ่งได้เป็นรู้จักกันเพราะการศึกษาและการสร้างภาพจากซากฟอสซิลของ ลูซี่ (Lucy) ที่ถูกค้นพบในปี 1974

มนุษย์ดึกดำบรรพ์สายพันธุ์ เอ.อฟาร์เอนซิสเป็นสายพันธุ์ใกล้เคียงกับมนุษย์ เอ.แอนาเมนซิส แต่มีอายุเก่าแก่น้อยกว่าซึ่งอาศัยอยู่บนโลกเมื่อประมาณ 3.9 ถึง 3 ล้านปีก่อน ในกรณีของลูซี่ส่วนของโครงกระดูกเกือบทุกส่วนหลงเหลืออยู่ให้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาอย่างละเอียด นอกจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ได้พบรอยเท้าฟอสซิลของมนุษย์เอ.อฟาร์เอนซิสอีกด้วยในประเทศแทนซาเนีย

มีผลงานวิจัยสองฉบับได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature ในงานวิจัยฉบับบแรกนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายถึงซากดึกดำบรรพ์ของมนุษย์ เอ.แอนาเมนซิส และได้ทำการสร้างใบหน้าขึ้นมาให้เห็นรูปลักษณ์จากซากกะโหลกศีรษะที่พบในปี 2016

วิวัฒนาการของสายพันธุ์มนุษย์ในยุคแรก ๆ นั้นยังไม่เป็นที่เข้าใจมากนัก และถึงแม้การค้นพบฟอสซิลเพิ่มเติมทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้เรียนรู้เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ได้ทำให้เกิดความซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน เข่น ก่อนหน้านี้เชื่อกันว่ามนุษย์เอ.แอนาเมนซิสเป็นบรรพบุรุษของเอ.อฟาร์เอนซิส

การค้นพบกะโหลกของมนุษย์เอ.แอนาเมนซิสพบว่า เอ.แอนาเมนซิสได้อาศัยอยู่บนโลกในช่วงเวลาที่มนุษย์ เอ.อฟาร์เอนซิส อาศัยอยู่บนโลกเช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามนุษน์สายพันธุ์ทั้งสองอาศัยอยู่บนโลกทับซ้อนกันเป็นเวลาอย่างน้อย 100,000 ปี ดังนั้นความเชื่อที่ว่า มนุษย์เอ.แอนาเมนซิสเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ เอ.อฟาร์เอนซิสจึงไม่น่าจะเป็นไปได้

ในงานวิจัยฉบับที่สองนักวิทยาศาสตร์ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของและสภาพแวดล้อมของมนุษย์ เอ.แอนาเมนซิส นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในช่วงเวลาดังกล่าวบริเวณที่พบกะโหลกน่าจะเต็มไปด้วยพุ่มไม้แห้งเตี้ยๆ และอาจมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่เป็นทุ่งหญ้า พื้นที่ชุ่มน้ำ และป่าชายฝั่ง

นาโอมิ เลวิน ผู้ร่วมการวิจัยศึกษาได้กล่าวในแถลงการณ์ว่า เอ็มอาร์ดี(ชื่อของมนุษย์ เอ.แอนาเมนซิสที่ตั้งขึ้นจากกะโหลกที่พบ)อาศัยอยู่ใกล้ทะเลสาบขนาดใหญ่ในภูมิภาคที่แห้งแล้ง  เขากล่าวว่าทีมงานยังมีความต้องการที่จะทำงานศึกษาในสิ่งเหล่านี้เพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจกับสภาพแวดล้อมของเอ็มอาร์ดีมากขึ้นกว่านี้ และต้องการศึกษาความสัมพันธ์ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมีผลกระทบต่อวิวัฒนาการของมนุษย์อย่างไร

 

 

error: กด RightClick แทน