เอฟดีเออนุมัติยารักษามะเร็งเต้านมสำหรับผู้มีพันธุกรรมบกพร่อง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาหรือที่รู้จักกันดีในนามเอฟดีเอ(FDA)ได้อนุมัติยารักษาโรคมะเร็งเต้านมสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่มีพันธุกรรมบกพร่อง และได้ผ่านการทำเคมีบำบัดแล้ว โดยยาดังกล่าวมีชื่อทางการค้าว่าลินพาร์ซา(Lynparza)จะจัดจำหน่ายโดยการร่วมมือกันระหว่างสองบริษัทใหญ่คือแอสตราเซเนกา(AstraZeneca) ของประเทศอังกฤษและบริษัทเมอร์คแอนด์โค(Merck & Co.) ของสหรัฐ

ยาลินพาร์ซาซึ่งมีชื่อสามัญว่าโอลาพาริบ(Olaparib) ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ประเทศอังกฤษและบริษัทผลิตยาคูโดส(KuDOS) และภายหลังโดยบริษัทแอสตราเซเนกาได้ถูกอนุมัติและใช้เป็นยารักษามะเร็งรังไข่ตั้งแต่ปี 2014

แต่ในครั้งนี้เป็นการอนุมัติใช้ยาซึ่งโดยละเดียดเป็นการอนุมัติใช้สารยับยั้งโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า PARP สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม สารยับยั้งโปรตีน PARP เป็นสารที่ไปยับยั้งเซลล์มะเร็งไม่ให้ซ่อมแซมดีเอ็นเอภายในเซลล์ที่เสียหายในผู้ป่วยที่มีพันธุกรรมบกพร่อง เมื่อเซลล์ไม่ได้รับการซ่อมแซมก็จะตายไป

ยีน BRCA ซึ่งเป็นยีนที่ออกคำสั่งให้เซลล์ผลิตโปรตีน PARP ต่าง ๆ ที่มีความสำคัญในการซ่อมแซมดีเอ็นดีที่เสียหาย แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีพันธุกรรมของยีน BRCA1และ BRCA2 ที่ผิดปกติจะมีความเสี่ยงในการเกิดขึ้นเซลล์มะเร็งเต้านมเพราะยีน BRCA1และ BRCA2 เป็นยีนที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการซ่อมแซมดีเอ็นเอจนอาจนำไปสู่การทำให้เกิดเซลล์มะเร็งได้

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันไม่มียาใด ๆ ที่รักษาโรคมะเร็งเต้านมในระยะแพร่กระจายให้หายขาดได้ แต่ยาลินพาร์ซาที่ได้รับการอนุมัติจากเอฟดีเอจะช่วยพยุงอายุของผู้ป่วยให้ยาวนานขึ้น โดยการชะลอการเจริญเติบโตและแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

อย่างไรก็ตามยาลินพาร์ซาเป็นยารักษามะเร็งที่มีราคาแพง ซึ่งราคาเต็มของยาในประเทศอเมริกาสำหรับใช้ในการรักษาหนึ่งเดือนต่อผู้ป่วยหนึ่งคนจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 13,886 ดอลลาล์สหรัฐฯ หรือประมาณ 442,685 บาท

 


 

ที่มาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา

 

error: กด RightClick แทน