เอฟดีเอ อนุมัติการรักษาโควิด 19 ด้วยน้ำเลือดจากผู้ป่วยที่หายแล้ว

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ เอฟดีเอ จะอนุญาตให้แพทย์ทั่วประเทศสามารถใช้น้ำเลือดบริจาคจากผู้รอดชีวิตจากโรคโควิด 19 เพื่อนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยหนักภายใต้ระเบียบการฉุกเฉินใหม่ซึ่งได้รับการอนุมัติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

การตัดสินใจของเอฟดีเอเกิดขึ้นหลังจากผู้ว่านิวยอร์ก แอนดรูว์ คูโอโม ได้ออกมาประกาศว่าแผนกสุขภาพของรัฐมีแผนที่จะเริ่มรักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 ด้วยน้ำเลือดที่อุดมด้วยแอนติบอดีซึ่งสกัดจากเลือดของผู้ที่หายจากโรคโควิดมาแล้ว

การรักษาการติดเชื้อด้วยน้ำเลือดเป็นการรักษาใช้กันมามานานหลายศตวรรษ และเคยถูกนำมาใช้ในช่วงการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ที่ร้ายแรงในปี 1918 ซึ่งเป็นช่วงเวลากอนการค้นพบวัคซีนสมัยใหม่และยาต้านไวรัส ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าการรักษาด้วยการใช้น้ำเลือดอาจเป็นความหวังที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยหนักบางรายจนกระทั่งมียาหรือการรักษาที่ดีกว่านี้

การรักษาด้วยน้ำเลือดสกัดจากผู้ป่วยที่หายจากโรคติดเชื้อได้เคยใช้ในช่วงระบาดของโรคซาร์สในปี 2002 เช่นกัน โดยในครั้งนั้นพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจะมีอาการของโรคน้อยลงและรักษาตัวอยู่ในโรคพยาบาลสั้นลงอีกด้วย นอกจากนั้นจากรายงานเบื้องต้นของประเทศจีนชี้ได้เห็นด้วยว่า การรักษาด้วยน้ำเลือดมีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบของโรคโควิด 19 ด้วย

เนื่องจากการรักษาด้วยน้ำเลือดอาจส่งผลร้ายกว่าผลดี ภายใต้ระเบียบการฉุกเฉินที่ได้รับอนุมัติจากเอฟดีเอนั้น แพทย์สามารถยืนขออนุญาตในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิดได้เป็นราย ๆ  ซึ่งสำหรับตอนนี้การรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวจะถูกสงวนสำหรับผู้ป่วยหนักเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเท่านั้น เอฟดีเอจะตอบคำยืนข้อการรักษาแต่ละรายภายในเวลา 4 ถึง 8 ชั่วโมง แต่หากผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาเร็วกว่านี้แพทย์สามารถติดต่อสำนักงานหน่วยฉุกเฉินได้โดยตรงทางโทรศัพท์

หากการรักษาพิสูจน์ว่ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า การให้น้ำเลือดแก่ผู้ป่วยก่อนที่จะมีอาการรุนแรงนั้นจะเป็นช่วงเวลาการรักษาที่ดีที่สุด และจากการศึกษาที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า การรักษาด้วยการป้องกันชิงรุกด้วยน้ำเลือดอาจมีประสิทธิภาพในการปกป้องผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสุขภาพระดับแนวหน้าจากการป่วยหนักอีกด้วย

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯเตือนว่าการรักษาด้วยน้ำเลือดยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพสำหรับโรคโควิด 19 ดังนั้นนักวิจัยที่ต้องการทำการศึกษาการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวควรยืนขออนุญาตเพื่อเริ่มการทดลองทางคลินิก

 

 

error: กด RightClick แทน