การถ่ายโอนอุจจาระคร่าชีวิตผู้ป่วยรายแรก เอฟดีเอออกเตือน

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ เอฟดีเอ ได้ออกเตือนขั้นตอนทางการแพทย์ที่เรียกว่า การปลูกถ่ายอุจจาระ หลังจากที่มีผู้ป่วยรายหนึ่งเสียชีวิต และผู้ป่วยอีกรายล้มป่วยหนักหลังจากการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะ

การปลูกถ่ายอุจจาระ คือ ขั้นตอนการทางการแพทย์ที่นำอุจจาระจากผู้ที่บริจากที่มีสุขภาพดีผสมสารละลายบางอย่างแล้วถ่ายโอนไปในผู้ป่วยทางทวารหนัก การปลูกถ่ายอุจจาระจะช่วยรักษาความผิดปกติอย่างรุนแรงของลำไส้โดยการฟื้นคืนความสมดุลของชุมชนของแบคทีเรียในลำไส้ นอกจากนั้นแล้ว การรักษาด้วยการปลูกถ่ายอุจาระยังเชื่อกันว่าอาจช่วยรักษา เช่น โรคอ้วน โรคมะเร็ง หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน แต่นั้นยังคงเป็นสมมติฐาน

ที่ผ่านมาการปลูกถ่ายอุจจาระนั้นถือว่าเป็นขั้นตอนทางการแพทย์ที่ค่อนข้างปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิจัยกำลังให้ความสนใจในการทำการทดลองทางคลินิกสำหรับการรักษาโรคและภาวะต่างๆ ขณะที่เอฟดีเอไม่ได้ให้ความสำคัญในการควบคุมเท่าที่ควร แต่จากการประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านทางสำนักงานฯได้ออกกฎระเบียบใหม่เพื่อควบคุมการทดลองทางคลินิกและจุดประสงค์ของการทดลอง

เอฟดีเอไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์ที่น่าสลดใจจากการปลูกถ่ายในครั้งนี้ เพียงแต่กล่าวว่ามีผู้ป่วยสองรายที่ได้รับการปลูกถ่ายอุจจาระจากการทดลองทางคลินิก ซึ่งทั้งสองได้รับอุจจาระจากผู้บริจากบุคคลคนเดียวกัน ภายหลังการปลูกถ่ายผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรีย อีโคไล (E. coli ) ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะในยากลุ่มของเพนิซิลลินและเซฟาโลสปอริน

อีโคไล (E. coli ) ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะเป็นสายพันธุ์ที่ผลิตเอนไซม์เรียกว่า อีเอสบีเอล (หรือ ESBL – an extended-spectrum beta-lactamase ) ออกมาป้องกันสารต้านเชื้อแบคทีเรียของยาปฏิชีวนะได้

เอฟดีเอกล่าวว่ามีผู้ป่วยหนึ่งรายเสียชีวิต แต่ไม่ให้รายละเอียดถึงเหตุผลว่าทำไมผู้ป่วยคนดังกล่าวจึงมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอก่อนการปลูกถ่ายอุจจาระ และไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์ของการทดลองทางคลินิกและใครเป็นผู้นำในการทดลอง

 

 

error: กด RightClick แทน