พบซากฟอสซิลของนกยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

ภาพวาดจินตนาการของนกยักษ์ Pachystruthio dmanisensis ภาพโดย Andrey Atuchin

ทีมของนักบรรพชีวินวิทยาได้ค้นพบซากฟอสซิลของนกยักษ์ขนาดสูงถึง 3.6 เมตรและมีน้ำหนักเกือบครึ่งตันพบในถ้ำแห่งหนึ่งในแหลมไครเมียประเทศยูเครน(ปัจจุบันประเทศรัฐเซียเข้ายึดครองอยู่) การค้นพบเป็นสิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์แปลกใจเนื่องจากไม่เคยพบซากนกยักษ์ในทวีปยุโรปซึ่งอยู่เหนือของเส้นศูนย์สูตรมีอากาศหนาวเย็นมาก่อน

จากซากฟอสซิลซึ่งเป็นกระดูกต้นขามีลักษณะเฉพาะ นักวิทยาศาสตร์ได้จัดให้อยู่ในกลุ่มของนกยักษ์ดึกดำบรรพ์ที่บินไม่ได้ที่เรียกว่า พาคิสตรูธีโอ ดิมานิเซนซิส (Pachystruthio dmanisensis) ชั่วคราวจนกว่าจะมีข้อมูลที่บ่งชี้เป็นอย่างอื่น

ซากกระดูกฟอสซิลถูกค้นพบโดยนักบรรพชีวินวิทยาชาวรัสเซียในถ้ำ เถาไรดา บนชายฝั่งทางเหนือของทะเลดำ ซึ่งเป็นการค้นพบถ้ำและซากฟอสซิลโดยบังเอิญในระหว่างการทำงานเพื่อขยายทางด่วนในพื้นที่ นอกเหนือจากฟอสซิลของนักยักษ์แล้วยังพบกระดูกฟอสซิลของแมมมอธและกระทิงดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วด้วย

กระดูกฟอสซิลนกยักษ์มีอายุประมาณ 1.8 ล้านปี การค้นพบทำให้นักวิทยาศาสตร์แปลกใจเนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญได้เคยตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่า นกยักษ์ไม่ได้สัตว์ถิ่นกำเนิดในยุโรปในเวลาที่มนุษย์ยุคแรกๆเดินทางมาถึงยุโรปเป็นครั้งแรก นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่านกยักษ์พาคิสตรูธีโอ ดิมานิเซนซิส (Pachystruthio dmanisensis) เป็นสายพันธุ์นกยักษ์ที่เคยอาศัยอยู่ในที่ราบยุโรปตะวันออกระหว่าง 1.5 ถึง 2 ล้านปีก่อน

นกยักษ์พาคิสตรูธีโอ ดิมานิเซนซิส (Pachystruthio dmanisensis) เป็นนกยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเท่าที่เคยค้นพบกันมา แต่มีขนาดเล็กกว่านกยักษ์ดึกดำบรรพ์ที่เรียกกันว่า นกช้าง (elephant birds) ของมาดากัสการ์ และนกยักษ์ มิฮิรัง (mihirungs) ของออสเตรเลียที่เมื่อโตเต็มวัยจะมีน้ำหนักประมาณ 680 กิโลกรัม เพื่อการเปรียบเทียบนกกระจอกเทศซึ่งปัจจุบันเป็นนกที่ยังไม่สูญพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีน้ำหนักมากที่สุดประมาณ 155 กิโลกรัม

นกยักษ์พาคิสตรูธีโอ ดิมานิเซนซิส (Pachystruthio dmanisensis) นั้นเป็นสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่าจะจัดอยู่สายตระกูลใดดี แต่จากลักษณะทางกายวิภาคของกระดูกต้นขาของนกแสดงให้เห็นว่าเป็นสัตว์ที่วิ่งเร็ว ซึ่งเป็นส่วนของกลไกที่ใช้ในวิ่งหนีสัตว์นักล่าในยุคนั้น

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามนุษย์ยุคแรกๆเป็นผู้ล่านกยักษ์เพื่อเป็นอาหาร และใช้ส่วนของขนและกระดูกในการทำเครื่องมือและสิ่งของใช้สอยต่างๆ นักวิทยาศาสตร์ยังคงต้องทำการขุดค้นเพื่อค้นหาข้อมูลสำหรับศึกษาและทำความเข้าใจชีวิตของนกยักษ์แห่งยุโรปต่อไป

 

 

error: กด RightClick แทน