นักวิทยาศาสตร์ทดลองแก้ไขพันธุกรรมของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดโรคร้ายสำเร็จ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวฮือฮากันไปทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศตะวันตกเกี่ยวกับการทำการแก้ไขพันธุกรรมในตัวอ่อนของมนุษย์ด้วยวิธีคริสเปอร์ในประเทศสหรัฐฯสำเร็จเป็นครั้งแรก แต่ในวันนี้จากการตีพิมพ์ผลการวิจัยในครั้งนั้นยิ่งทำให้การทดลองวิจัยน่าทึ่งและใจหายในเวลาเดียวกัน โดยที่นักวิทยาศาสตร์สามารถลบส่วนของพันธุกรรมหรือยีนที่เป็นกรรมพันธุ์และก่อให้เกิดโรคร้ายแรงออกจากตัวอ่อนได้สำเร็จ

การทำการแก้ไขดัดแปลงพันธุกรรมด้วยวิธีคริสเปอร์ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ แต่ที่ผ่านมาการทดลองกับตัวอ่อนของมนุษย์เป็นที่ต้องห้ามในประเทศตะวันตก ดังนั้นการทดลองส่วนใหญ่ที่ผ่านมาเป็นการทดลองที่เกิดขึ้นในประเทศจีนซึ่งมีข้อห้ามน้อยกว่าเป็นส่วนใหญ่ แต่ในครั้งนี้หลังจากที่รัฐบาลอนุญาตและลดข้อจำกัดลงนักวิทยาศาสตร์ของประเทศสหรัฐได้ตีพิมพ์ผลงานที่น่าทึ่งมากและอาจจะเป็นผลงานที่ทำให้ใครหลายคนใจหาย

ในการทดลองแก้ไขดัดแปลงพันธุกรรมด้วยวิธีคริสเปอร์กับตัวอ่อนของมนุษย์มีข้อจำกัดที่ว่าตัวอ่อนเหล่านี้จะไม่สามารถปลูกในครรภ์เพื่อทำให้เกิดเป็นเด็กทารกได้ และตัวอ่อนจะสามารถเจริญเติบโตได้ในห้องทดลองได้ไม่กี่วันเท่านั้น แต่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการทดลองในครั้งนี้เพื่อที่จะลดลองแก้ไขพันธุกรรมที่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงและเป็นพันธุกรรมที่เป็นกรรมพันธุ์ตกทอดสู่ลูกหลาน โดยจุดมุ่งหมายสูงสุดของพวกเขาก็คือวันหนึ่งพวกเขาสามารถสร้างเด็กทารกที่ปราศจากยีนหรือพันธุกรรมที่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรง

คริสเปอร์ หรือโดยเฉพาะ CRISPR-Cas9 คือกระบวนการหรือเทคนิคการการแก้ไขดัดแปลงพันธุกรรม(หรือยีน)โดยการตัดส่วนพันธุกรรมบ่างสวนออกและนำยีนอื่นมาใส่แทนในส่วนนั้น  และการทดลองนี้เป็นการตัดออกและให้ธรรมชาติเติมส่วนที่หายไปเองอย่างอัตโนมัติโดยธรรมชาติจะทดแทนยีนส่วนที่หายไปนั้นจากของพ่อหรือของแม่แทน

การวิจัยและทดลองได้เริ่มต้นที่นักวิทยาศาสตร์นำไข่ที่มีสุขภาพและคุณภาพดีจากผู้บริจากหญิง และนำอสุจิจากผู้ชายอาสามัครผู้ซึ่งมียีน MYBPC3 ซึ่งเป็นส่วนของพันธุกรรมที่ก่อให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจโตที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน เกิดขึ้นแม้แต่ในคนเป็นนักกีฬาที่แข็งแรง โรคกล้ามเนื้อหัวใจโตเป็นโรคที่พูดได้ว่าเป็นโรคพบกันทั่วไป ซึ่งพบ 1 คนใน 500 คนทั่วโลก โดยที่คนที่เป็นโรคนี้อาจจะไม่มีอาการใด ๆ จนกระทั้งหัวใจหยุดเต้นฉับพลันและเสียชีวิต ปัจจุบันไม่มีวิธีป้องกันหรือแม้แต่รักษาโรคนี้ได้

ก่อนที่จะนำอสุจิไปปฏิสนธิกับไข่นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เทคนิกคริสเปอร์เพื่อลบหรือนำส่วนของยีน MYBPC3 ออกจากอสุจิ หลังจากนั้นจะฉีดอสุจิเหล่านี้ที่มียีน MYBPC3 ถูกลบออกไปเข้าไปในไข่เพื่อทำให้เกิดการปฏิสนธิ เมื่อเกิดการปฏิสนธิเซลล์ก็จะเกิดการแบ่งตัวและทวีคูณ

นักวิทยาศาสตร์พบว่าส่วนของยีนที่ถูกลบออกไปกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ของตัวอ่อนนี้จะเติมส่วนของยีนที่ขาดหายไปในเชื้ออสุจิอย่างอัตโนมัติ โดยกระบวนการจะนำส่วนของยีนของไข่มาแทนที่ และผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าตัวอ่อนทั้งหมดได้รับการแก้ไขสำเร็จประมาณ 72 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นไม่พบส่วนของยีนส่วนอื่น ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือกลายพันธุ์ของยีนไปจากเดิมที่ข้อกังวลที่สุดของนักวิทยาศาสตร์กับการทำวิจัยเกี่ยวกับแก้ไขพันธุกรรม

จากผลการทดลองที่ได้แสดงให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์สามารถลบพันธุกรรมที่ก่อให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจโตออกไปจากตัวอ่อนของมนุษย์ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามตัวอ่อนถูกทำลายหลังการทดลองเพราะกฏหมายไม่อนุญาติที่ตัวอ่อนกลายเป็นทารก นักวิทยาศาสตร์หวังว่าวันหนึ่งเทคนิกคริสเปอร์จะช่วยลบยีนที่เป็นสาเหตุของโรคร้าย ๆ เช่น ยีนกลายพันธุ์ BRCA ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งเต้านมออกจากเด็กทารกในอนาคต นั้นก็คือลบยีนร้ายต่าง ๆ ออกจากสายพันธุ์มนุษย์นั้นเองซึ่งเป็นสิ่งดี

แต่หลายคนมีความกังวล นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้อาจจะมีความตั้งใจดี เทคนิกคริสเปอร์อาจจะเป็นเครื่องมือที่อาจจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ดี แต่ก็อาจจะนำไปสู่ความหายนะที่จะเกิดขึ้นกับแก้ไขพันธุกรรมของมนุษย์ได้ เพราะวิวัฒนาการของยีนเกิดขึ้นเป็นล้าน ๆ ปี การแก้ไขที่เราไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้อาจจะทำให้เกิดการกลายพันธุ์จนเกิดเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ไขได้

อีกปัญหาที่หลายคนมีความกังวล นั้นก็คือการใช้เทคนิกคริสเปอร์ในทางไม่ถูกต้องเช่น นำเทคนิกนี้ไปใช้สำหรับแก้ไขทารกให้มีความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ เช่น ความงาม ความฉลาด หรือความแข็งแกร่งที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดา และคนที่มีเงินเท่านั้นที่สามารถทำให้ลูกของต้นมีความเป็นเลิศ และถ้าปล่อยให้ทำอย่างเสรีในอนาคตเราอาจจะมีคนสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มคนจนที่มีพันธุกรรมทุกอย่างเป็นธรรมชาติและด้อยกว่า และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นมนุษย์ที่มีพันธุกรรมแก้ไขที่มีจุดเด้นและความเป็นเลิศต่าง ๆ มากกว่ามนุษย์ตามธรรมชาติ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงก็จะเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก

อย่างไรก็ตามกฏหมายในหลายประเทศในปัจจุบันห้ามทำการทดลองเต็มรูปแบบอยู่ ซึ่งเรายังคงไม่ต้องเป็นห่วง ในอนาคตอะไรจะเกิดขึ้นก็ขึ้นอยู่กับมนุษย์เองที่จะตัดสินใจในเรื่องนี้และเราหวังว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

ผลการทดลองในครั้งนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ Nature วันที่ 28 มีนาคม 2017

 


 

ที่มาวารสารทางวิชาการ Nature

 

 

error: กด RightClick แทน