อาหารที่เพิ่มภูมิคุ้มกัน

ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเป็นระบบที่ซับซ้อนซึ่งประกอบด้วยเซลล์ต่าง ๆ มากหมายที่มีหน้าที่เฉพาะ ระบบจะไม่เฉพาะซ้อมแซมส่วนที่เสียหายไปอย่างเดียว แต่จะรวมถึงการป้องกันและเฝ้าระวังและกำจัดสิ่งแปลงปลอมต่าง ๆ ที่ไม่ได้เป็นส่วนของร่างกาย เพื่อให้เซลล์ของภูมิคุ้มกันเหล่านี้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเซลล์จะต้องการสารอาหารต่าง ๆ ของแต่ละเซลล์โดยเฉพาะ จาการศึกษาทำให้รู้ว่าการรับประทานอาหารที่ทำให้ร่างกายได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือการรับประทานอาหารที่ได้สมดุล ความสุมดุลคือความปกติของร่างกาย อาหารดังต่อไปนี้เป็นอาหารที่มีสารช่วยโดยตรงต่อเซลล์ของภูมิคุ้มกันต่าง ๆ โดยการรับประทานอาหารเหล่านี้รวมด้วยกับอาหารอื่น ๆ ที่หลากหลายเราก็จะทำให้ร่างกายได้สิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุด

กระเทียมและหอม

food-garlic-onion

ในกระเทียมและหอมมีสารประกอบที่สำคัญที่เรียกว่าอาลิซิน(Allicin)ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีเป็นส่วนของกำมะถัน อาลิซินเป็นสารที่มีคุณสมบัติเหมือนยาปฏิชีวนะที่ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เนื้องจากอาลิซินเป็นตัวต้านเชื้อแบคทีเรียจึงทำให้ลดการอักเสบของร่างกายอันเนื้องมาจากเชื้อแบคทีเรีย จากการศึกษาที่พิมพ์ระหว่างปี 1995 และ 2005 แสดงให้เห็นว่าอาลิซินช่วยลดการสะสมไขมันในเส้นเลือดลดความดันโลหิตและต่อต้านการอักเสบและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย อาลิซินจะหลั่งออกมาจากกระเทียมเมื่อถูกบีบหรือหั่น การรับประทานก็ทำใด้โดยการกินสดหรือเป็นส่วนประกอบของอาหาร

ผักผลไม้ต่าง ๆ

food-orange

ผลไม้ต่าง ๆ จะมีส่วนประกอบของวิตามินซีอยู่มาก วิตามินซีมีส่วนสำคัญโดยตรงกับระบบภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานของร่างกาย วิตามินซีจะพบมากในเซลล์ของภูมิคุ้มกันและเซลล๋เหล้านี้จะใช้วิตามินซีเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการติดเชื้อ  ผักผลไม้ที่มีวิตามินซีมากได้แก่ ฝรั่ง พริกชี้ฟ้าแดง บร็อคโคลี่ ส้มและมะนาว เป็นต้น ผลไม้ต่าง ๆ ควรรับประทานสด ๆ จะได้ไม่สูญเสียจากการทำอาหาร

ขิง

food-ginger

ถ้ากำลังเป็นไขขิงก็จะช่วยลดไข้และบรรเทาอาการเจ็บคอ ขิงประกอบด้วยสารสองชนิดคือโชเกล(shogaol)และจิงเจอรอล(gingerol) สารสองชนิดนี้จะทำให้เลือดไหล่เวียนดีขึ้นเปิดโพรงจมูก การไหล่เวียนของโลหิดที่ดีจะทำให้ออกซิเจนเข้าไปสู่เซลล์ต่าง ๆ ได้สะดวกซึ่งเป็นผลทำให้เซลล์มีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิงขึ้นทำให้ลดกรดต่าง ๆ และทำให้การกำจัดไวรัสต่าง ๆ ดีมากขึ้น นอกจากนี้ขิงยังช่วยในการลดอาการไอ ลดความดันและที่สำคัญไม่น้อยก็คือช่วยลดกดในกระเพาะอาหารช่วยทุเลาอาหารท้องอืด ต้มขิงกับน้ำโดยไม่ต้องใส่น้ำตาลใช้ดื่มเพื่อลดอาการท้องอืด หรือใช้ขิงเป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ ก็จะได้ประโยชน์และเพิ่มภูมิคุ้มกัน น้ำตาลเป็นสาเหตุของการเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันซึ่งก็คือการเป็นพิษต่อเซลล์ต่างจากออกซิเจน

ฟักทองและแครอท

food-pumpkin

ในฟักทองและแครอทและผักและผลไม้อื่น ๆ ที่มีสีส้มสีเหลืองและสีแดงจะมีสารแคโรนอยและโดยเฉพาะเบต้าแครอตีนซึ่งเป็นชนิดของแคโรทีนที่มีความสำคัญกับเซลล์ในสิ่งมีชิวิตและเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ สารแคโรนอยจะพบมากในบริเวณเนื้อเยื่อของมนุษย์โดยเฉพาะส่วนของผิวหนัง นอกจากการทำให้เซลล์มีการทำงานที่ดีขึ้นแคโรนอยและเบต้าแคโรตีนยังช่วยในการป้องกันเซลล์ผิวหนังและตาจากรังสีอัลตราไวโอเลตซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งแลัวยังช่วยป้องกันการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย ฟักทองและแครอทสามารถใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ ได้มากหมาย

ชาเขียว

food-grean-teabag-550645_1280

ชาเขียวประกอบด้วยสารโบลีนอยล์ (polyphenols) ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับบทบาทของมันในการป้องกันโรคความเสื่อมต่าง ๆ เช่นโรคมะเร็งและโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดที่เกิดขึ้น การดื่มชาเขียวก็ทำได้ง่าย ๆ โดยแน่ะนำให้ไม่ใช้น้ำตาล น้ำตาลเป็นสาเหตุของการเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันซึ่งก็คือการเป็นพิษต่อเซลล์ต่างจากออกซิเจน

เห็ด

food-mushrooms

ในเกีอบทุกประเทศในโลกมีการรับประทางเห็ดและรู้ว่าเห็ดมีประโยชน์ต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายมาเป็นร้อย ๆ ปี ทางวิทยาศาสตย์ได้ค้นพบว่าเห็ดทำการกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้มีความดุดันมากขึ้น เม็ดเลือดขาวทำหน้าที่ทำหลายเขื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสที่เข้าสู่ร่างกาย เห็ดที่มีผลในการเพิ่มภูมิคุ้มมากคือ เห็ดหอม เห็ดหูหนู และเห็ดหลินจือ

 

error: กด RightClick แทน