วัคซีน HIV เข้าสู่ Phase 2 ของการทดลอง

vaccination

วัคซีนป้องกันโรคเอชไอวี (HIV) ที่ใช้เชื้อไวรัสเอชไอวีที่ถูกแก้ไขดัดแปลงพันธุ์กรรมกำลังเข้าสู่ระยะที่สองของการทดลองทางคลินิค ผลของการทดลองระยะแรกได้แสดงให้เห็นว่าวัคซีนได้ไปกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเป็นผลสำเร็จ แต่ในระยะที่สองจะทดลองว่าการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี

วัคซีนป้องกันโรคเอชไอวี ( ชื่อ SAV001) วิจัยและพัฒนาโดย Chil-Yong Kang และทีมงานของเขาจากมหาวิทยาลัย Western University  กำลังจะเข้าสู่ระยะที่สองของการทดลอง (Phase II) ซึ่งจะทำการทดลองกับบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อโรคไวรัสเอชไอวีจำนวน 600 คนในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาประมาณต้นฤดูใบไม้ร่วงในปีหน้าปี 2017 ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาล

Kang_Yong-Western
Western University

ผลการทดลองในระยะแรกได้ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ Retrovirology ได้แสดงให้เห็นว่าวัคซีนปลอดภัยและมีความสามารถในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันสำหรับเชื้อไวรัสเอชไอวีในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส ผลของการทดลองให้ผลเป็นที่น่าพอใจที่จะเริ่มการทดลองในระยะต่อไปซึ่งคือระยะที่สองซึ่งคร่าวนี้จะทำการทดลองกับอาสาสมัคร 300 คนจากประชาชนทั่วไปที่ไม่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี และอีก 300 จากกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดโรคเอชไอวีได้แก่ เกย์ ผู้ขายบริการทางเพศ และผู้ที่อยู่ร่วมกินกับคนที่ติดเชื้อไวรัส

Chil-Yong Kang ซึ่งเป็นผู้นำวิจัยนี้และเป็นศาสตราจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยาและวิทยาภูมิคุ้มกันได้กล่าวว่าผลของการทดลองวัคซีนในระยะแรกเป็นที่น่าพอใจ วัคซีนของเราจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในวงกว้างซึ่งหมายถึงวัคซีนสามารถใช้ในการป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวีสายพันธุ์ต่าง ๆ ได้

วัคซีน SAV001 มีเอกลักษณ์พิเศษตรงที่ว่าเป็นวัคซีนแรกที่ทำจากเชื้อไวรัสเอชไอวีที่ถูกแก้ไขดัดแปลงพันธุ์กรรมและถูกทำให้ตายทั้งตัว (HIV-1) ซึ่งเหมือนการทำวัคซีนสำหรับ โปลิโอ ไวรัสตับอักเสบ  โรคพิษสุนัขบ้า และไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสเอชไอวี HIV-1 จะถูกแก้ไขดัดแปลงพันธุ์กรรมเพื่อลดความร้ายแรงของโรคก่อนที่จะทำให้เชื้อไวรัสให้ตายก่อนมาทำเป็นวัคซีน 

ถ้าการทดลองระยะที่สองสำเร็จนักวิทยาศาสตร์ก็จะเริ่มการทดลองระยะที่สามต่อไปซึ่งจะทำการทดลองกับคนทั่วโลกโดยจะมีผู้ร่วมการทดลองกว่า 6,000 ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าวัคซีนนี้มีผลในการป้องกันเชื้อไวรัสได้หรือไม่

โรคไวรัสเอชไอวีเป็นโรคที่ร้ายแรงซึ่งยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การบำบัดรักษาช่วยทำให้ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตยืนยาวและใช้ชีวิตอย่างปกติ ถ้าวัคซีนนี้สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้การระบาดของโรคเอดส์ก็จะถูกหยุดลงอย่างรวดเร็วและหายไปในที่สุด ในปัจจุบันมีผู้ป่วยกว่า 41 ล้านคนที่เสียชีวิตจากโรคไวรัสเอชไอวีทั่วโลกและมีมากว่า 35 ล้านคนที่มีการติดเชื้อ

 

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับไวรัสเอชไอวี


 

ที่มา Western University

ผลการทดลองระยะแรก

 

 

error: กด RightClick แทน