แผ่นน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดได้แตกแยกออกมาจากแอนตาร์กติกาแล้ว

หนึ่งในภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมามีขนาด 5,800 ตารางกิโลเมตรมีน้ำหนักเป็นล้านล้านตันและมีความหนาระหว่าง 200 และ 600 เมตรได้แตกแยกออกมาจากแอนตาร์กติกาแล้ว

การแตกแยกออกของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่จากส่วนที่เรียกว่าลาร์เซนซี (Larsen C ) เกิดขึ้นระหว่างวันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคมและวันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2017 ซึ่งตรวจพบในข้อมูลจากดาวเทียมขององค์การนาซ่าโมดีส (MODIS) ซึ่งเป็นดาวเทียมที่ใช้อินฟราเรดความร้อนในการสร้างภาพที่ให้ความละเอียด 1 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่ายังไม่มีผลกระทบที่จะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นทันที แต่จะทำให้แผ่นน้ำแข็งลาร์เซนซีลดขนาดลงไปมากกว่า 12% และภูมิทัศน์ของคาบสมุทรแอนตาร์กติกเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

แผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่เมื่อแตกแยกออกมาก็จะเป็นภูเขาน้ำแข็งล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรซึ่งยากที่จะคาดเดาการเคลื่อที่ของมันได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าภูเขาน้ำแข็งอาจจะยังคงอยู่รวมกันเป็นก้อนเดียว แต่เชื่อว่ามันจะแตกแยกต่อออกไปเป็นส่วน ๆ มากกว่า  บางส่วนจะอยู่ในบริเวณเดิมเป็นทศวรรษและบางส่วนของภูเขาน้ำแข็งอาจจะล่องลอยไปทางเหนือไปสู่ในบริเวณน่านน้ำที่อุ่นกว่า

นักวิทยาศาสตร์จากโครงการ MIDAS ได้เฝ้ามองแผ่นน้ำแข็งลาร์เซนซีมาเป็นเวลาหลายปีหลังจากที่เกิดการแตกแยกของแผ่นน้ำแข็งในส่วนของลาร์เซนเอในปี 1995 และอีกครั้งหนึ่งในส่วนของลาร์เซนบีในปี 2002 ในครั้งนี้ก่อนที่ภูเขาน้ำแข็งจะแตกแยกออกจากส่วนของแผ่นน้ำแข็งลาร์เซนได้เกิดรอยแตกมาก่อนโดยที่จากรอยแตกในเดือนที่แล้วก่อนแยกตัววัดได้ความยาวกว่า 200 กิโลเมตรและมีส่วนน้ำแข็งที่ยังติดอยู่กับแผ่นลาร์เซนซีที่มีความหนาเพียง 4.5 กิโลเมตร

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการแตกแยกของแผ่นน้ำแข็งเป็นภูเขาน้ำแข็งจะเพิ่มความเสี่ยงให้กับการเดินเรือ ซึ่งเกิดขึ้นนอกเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญ แต่จะไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นทันที ถ้าแผ่นน้ำแข็งที่ยังเหลืออยู่สูญเสียพื้นที่ของน้ำแข็งเพิ่มขึ้นไปอีกอาจจะทำให้การสูญเสียพื้นที่ยิ่งเกิดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งการสูญเสียของแผ่นน้ำแข็งเหล่านี้จะทำให้มีผลกระทบกับน้ำทะเล แต่นักวิทยาศาสตร์ก็กล่าวว่าผลกระทบนั้นจะไม่มากหนัก

 


 

ที่มาโครงการ MIDAS 

ภาพจากองค์การนาซ่า และ Creative Commons

 

 

error: กด RightClick แทน