กูเกิล ประกาศยกเลิกสนันสนุน คุกกี้ ของบุคคลที่สาม

จัสติน ชูห์ ผู้อำนวยการด้านวิศวกรรมของกูเกิล Chrome กล่าวในบล็อกโพสต์เมื่อเดือนที่แล้วว่า บริษัทมีความตั้งใจที่จะยกเลิกการสนับสนุนคุกกี้ของบุคคลที่สามภายในสองปี คุกกี้ของบุคคลที่สามคือคุกกี้ที่ไม่ใช้คุกกี้ของเว็บไซต์ที่ผู้ใช้กำลังเข้าชม

ปัจจุบันถือได้ว่ากูเกิลเป็นบริษัทที่ควบคุมวิธีการที่เราท่องโลกอินเทอร์เน็ต นอกจากมีระบบการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดแล้ว Chrome เบราว์เซอร์ของบริษัทมีส่วนแบ่งในโลกอินเทอร์เน็ตกว่าครึ่งหนึ่ง และตลอดมาบริษัทใช้คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อติดตามและจดจำผู้ใช้จากการท่องอินเทอร์เน็ตตลอดเวลาเพื่อช่วยบริษัทในการลงโฆษณาได้ตรงเป้ากับผู้ใช้แต่ละคนเหมือนรู้ว่าผู้ใช้ต้องการอะไร

คุกกี้จะทำให้ผู้ให้บริการเว็บไซต์รู้ประวัติและพฤติกรรมของของผู้ใช้ ซึ่งอาจยอมรับกันได้ในการอำนวยความสะดวกสำหรับการบริการนั้น ๆ เท่านั้น แต่คุกกี้ของบุคคลที่สามที่ไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่จำเป็นกับเว็บไซต์นั้นเลย แต่เป็นเครื่องมือช่วยทำให้ผู้ต้องการโฆษณาเช่นกูเกิลรู้ว่าผู้ใช้กำลังมองหาอะไรอยู่ การยกเลิกคุกกี้ของบุคคลที่สามจะทำให้ผู้ใช้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

การออกมาประกาศยกเลิกการสนับบสนุนคุกกี้ของบุคคลที่สามของบริษัทกูเกิลนั้นดูเหมือนว่ากูเกิลไม่ได้อยู่ ๆ เริ่มคิดคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แต่คงเป็นแรงกดดันจากเบราว์เซอร์ของบริษัทอื่น ๆ อย่าง Safari ของแอปเปิล Firefox และ Edge ของไมโครซอฟท์ที่ได้ยกเลิกการสนับบสนุนคุกกี้ของบุคคลที่สามไประยะหนึ่งแล้ว  กูเกิลเริ่มเล็งเห็นว่าเพื่อที่จะไม่ให้ผู้คนทอดทิ้ง Chrome ดังนั้นบริษัทจึงไม่มีทางเลือกอื่น

กูเกิลกล่าวว่า ความคิดริเริ่มในการยกเลิกการสนับสนุนคุกกี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของบริษัทในการสร้างมาตรฐานเปิดสำหรับการติดตามทางดิจิทัลที่เคยประกาศเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาโดยให้นามว่า Privacy Sandbox เป้าหมายของโครงการดังกล่าวในเวลานั้นคือ เพื่อปรับปรุงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ในขณะที่ปกป้องธุรกิจของผู้เผยแพร่และผู้โฆษณา

อย่างไรก็ตามเป็นไปได้มากที่จะเชื่อได้ว่า กูเกิลกำลังหาทางสร้างวิธีการใหม่ที่จะติดตามผู้ใช้เพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจโฆษณาของบริษัท เนื่องจากการโฆษณาทางดิจิทัลนั้นเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่กูเกิลจะทอดทิ้งการติดตามผู้ใช้ไปอย่างสิ้นเชิง

ในขณะนี้บริษัทกูเกิลยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการยกเลิกและวิธีการใหม่ที่จะนำมาทดแทน แต่ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนอย่างมากในด้านเอไอ ซึ่งคงเป็นไปได้มากว่าบริษัทจะนำระบบเอไอมาช่วยในการติดตามและการคาดการณ์พฤติกรรมของผู้ใช้ในอนาคตเพื่อการลงโฆษณาให้เหมาะสมกับเป้าหมายของผู้ใช้แต่ละคน

 

 

error: กด RightClick แทน