อาการปวดหัวและการรักษา

headaches

อาการปวดหัวเป็นอาการที่ทุกคนเคยเป็นไม่มากก็น้อย อาการปวดหัวส่วนใหญ่จะหายไปเองเช่นปวดหัวเนื่องจากดื่มน้ำไม่เพียงพอก็จะหายไปเมื่อร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ อาการปวดหัวส่วนใหญ่สามารถรักษาเองได้ด้วยยาแก้ปวดทีซื้อได้ตามร้านยาทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ที่สำคัญถ้ามีอาการมากและยาแก้ปวดไม่สามารถช่วยอะไรได้มากต้องรีบติดต่อแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคโดยระเอียด อาการปวดหัวอาจจะเป็นอาการที่เกิดตามมาจากสาเหตุเป็นโรคอื่น ๆ เช่นเป็นไข้ ในบทความนี้จะอธิบายอาหารปวดหัวที่ไม่ได้เกิดจากสาเหตุของโรคอื่น ๆ  ซึ่งโดยทั่วไปจะมีดังต่อไปนี้

อาการปวดหัวที่เกิดจากความตึงเครียด (Tension headaches)

อาการที่ปวดหัวจากความตึงเครียดเป็นอาการที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปและสำหรับบางคนเป็นประจำ การปวดหัวชนิดนี้จะปวดทั้งสองข้างที่เหมือนมีอะไรมาดึงหัว สาเหตุของการปวดหัวชนิดนี้ไม่รู้ที่แน่ชัดแต่ดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวกับความเครียด การนั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ หรือการขาดน้ำในร่างกายซึ่งอาจจะดื่มน้ำน้อย

การรักษาก็ทำได้โดยการใช้ยาแก้ปวดจำพวกยายาพาราเซตามอล หรือ ibuprofen หรือ แอสไพริน ยาเหล่านี้จะทำให้เลือดมีความเข้มข้นน้อยลงทำให้อาการปวดหัวบรรเทาลง การพักผ่อนให้เพียงพอและการดื่มน้ำให้เพียงพอสามารถช่วยในการป้องกันการเกิดการปวดหัวได้

พยายามเครื่อนไหว้ร่างกายโดยอย่านั่งนิงเป็นเวลานาน ๆ การเคลื่อนไหวศีษะและยกมือบิดตัวเพียงเล็กน้อยบ่อย ๆ จะสามารถช่วยป้องกันการเกิดอาการปวดหัวชนิดนี้ได้ ถ้าจำเป็นที่ต้องนั่งทำงานที่สำนักงานนาน ๆ การออกกำลังกายบิดตัวเล็ก ๆ ดังในรูปจะสามารถช่วยป้องกันได้  และถ้ามีเวลาออกกำลังกายสม่ําเสมอจะทำให้ร่างกายและกรามเนื้อลดความตึงเครีด การเปลี่ยนแปลงของระดับการมองเห็นของสายตาก็อาจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความตึกเครียดบริเวณศีรษะ ดังนั้นควรตรวจระดับการมองเห็นของสายตาและแก้ไข

OfficeExercises

ไมเกรน (Migraines)

ไมเกรนจะมีความรุนแรงกว่าอาการปวดหัวที่เกิดจากความตึงเครียด โดยที่ผู้มีอาการของไมเกรนอาจจะไม่สามารถทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ได้ ผู้ที่เป็นอาจจะต้องนอนผักผ่อน ไมเกรนจะปวดหัวมากในบริเวณส่วนหน้าหรือข้างของศีรษะ ในบางคนอาจจะมีอาการอื่นตามมาเช่น คลื่นไส้ อาเจียนและมีความหวั่นไหวต่อเสียงและแสงนั้นก็คือทำให้อาการหนักขึ้น

ไมเกรนมีด้วยกันสามชนิดดังนี้

• ไมเกรนที่มีออร่า โดยที่ผู้มีไมเกรนชนิดนี้จะเห็นแสงเช่นแสงกระพริบเป็นสัญญาณเตือนก่อนที่จะมีอาการปวดหัวเกิดขึ้น

• ไมเกรนที่ไม่มีออร่า ไมเกรนชนิดนี้เป็นชนิดที่เป็นกันมากที่สุด โดยจะไม่มีสัญญาณเตือนก่อนล่วงหน้า

• ไมเกรนที่มีออร่าแต่ไม่ปวดหัว ไมเกรนชนิดนี้ผู้เป็นจะเห็นแสงรวดหลายต่าง ๆ แต่จะไม่ปวดหัว บางคร้้งหรือในบางคนการมองเห็นจะไม่ปกติด้วยเช่นเห็นบางส่วนซึ่งบางส่วนของภาพที่เห็นจะหายไป

สาเหตุของการเกิดไมเกรนไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในร่างกายเช่นฮอร์โมนและเส้นประสาทและเส้นเลือดในสมอง โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาการไมเกรนจะมีการเปลี่ยนแปลงของสภาวะของร่างกายเช่น เมื่อเริ่มมีประจำเดือน หรือ มีความเครียดและเหนื่อยล้า ไมเกรนไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ การักษาก็ทำได้เมื่อเกิดอาการโดยการทำให้อาการทุเลาลงซึ่งทำได้โดย

• ใช้ยาแก้ปวด เช่นยาจำพวกพาราเซตามอล หรือ ibuprofen ซึ่งเป็นยาแก้ปวดประเภทเดียวกับแอสไพริน 

• ยาพวก triptans ยานี้ใช้เมื่อยาลดปวดพวกพาราเซตามอลไม่ได้ผล เป็นยาที่ใช้ในการปรับสภาพของสมองทำให้ไมเกรนหายไป ยาพวกนี้มีหลายบริษัทที่ผลิตมีชื่อต่าง ๆ กัน

• ถ้ามีอาการคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วยแพทย์จะสั่งยาลดการคลื่นไส้และอาเจียนจำพวก anti-emetics

เวลาไมเกรนเกิดขึ้นการนอนปิดตาเงียบ ๆ จะช่วยทำให้อาการทุเลาลงได้

อาการปวดหัวคลัสเตอร์ (Cluster headaches)

อาการปวดหัวชนิดนี้จะเป็นอาการที่พบน้อยที่สุด ที่เรียกว่าคลัสเตอร์ก็เพราะว่าผู้ที่มีอาการนี้จะมีอาการเป็นช่วง ๆเวลาใดเวลาหนึ่งซึ่งมีอาการนี้อยู่หนี่งหรือสองเดือนส่วนใหญ่เกิดขึ้นทุกปีในเวลาเดียวหรือใกล้ ๆ กัน

ผู้ที่มีอาการปวดหัวชนิดนี้เวลาเป็นจะปวดมาก ๆ โดยเฉพาะบริเวณรอบ ๆ ตาและส่วนใหญ่จะมีอาการอื่นตามมาเช่น น้ำตาไหล ตาแดง คัดจมูก หรือน้ำมูกไหล

ยาแก้ปวดหัวโดยทั่วไปเช่นพวกพาราเซตามอลจะไม่ทำให้ดีขึ้น แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและรักษาอาการปวดหัวชนิดนี้ การรักษาก็เพื่อบรรเทาอาการปวดซึ่งทำได้ดังนี้

•  ฉีดยา sumatriptan ซึ่งเป็นยาพวกเดียวกับ triptans ที่ใช้ในการรักษาไมเกรนและปวดหัวแบบคลัสเตอร์นี้ การฉีดยาผู้ป่วยสามารถฉีดเองหลังจากที่พบแพทย์แล้วโดยส่วนใหญ่แพทย์ก็จะให้ฉีดสองครั้งต่อวัน

•  ถ้าไม่ต้องการฉีดยา สามารถใช้ยายอดใจมูกแทน เช่น sumatriptan หรือ zolmitriptan

• การบำบัดด้วยออกซิเจน ซึ่งก็คือสวมหน้ากากหายใจออกซิเจนบริสุทธิทำให้ลดอาการปวดได้

แพทย์อาจจะให้ยา verapamil เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้อาการปวดหัวชนิดนี้เกิดขึ้น

อาการปวดหัวเนื่องจาการเปลี่นแปลงในฮอร์โมน (Hormone headaches)

อาการปวดหัวชนิดนี้จะเป็นกับผู้หญิงที่มีอาการเมื่อเริ่มมีประจำเดือน การใช้ยาคุมกำเนิดหรืออยู่ในวัยหมดประจำเดือนหรือการตั้งครรภ์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกายและเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวชนิดนี้ได้

Sleeping

การพักผ่อนให้เพียงพอและการทำอะไรเพื่อลดความเครียดเช่นการออกกำลังกาย และพยายามรับประทานอาหารให้ตรงเวลาโดยเฉพาะในช่วงเวลาของประจำเดือนสามารถป้องกันการเกิดขึ้นของอาการของการปวดหัวชนิดนี้ได้บาง การใช้ยาแก้ปวดโดยทั่วไปสามารถทำได้เพื่อลดอาการปวด

 

 

error: กด RightClick แทน