การรักษาโรคเอชไอวีด้วยการฉีดยาจะเป็นการรักษาของอนาคตอันใกล้

การรักษาด้วยการกินยาต่อต้านไวรัสในปัจจุบันเป็นวิธีการควบคุมจำนวนไวรัสเอชไอวีที่ได้ผลค่อนข้างดี แต่ผู้ป่วยจะต้องกินเป็นประจำทุกวันในจำนวนที่ค่อนข่างมากซึ่งอาจจะทำให้เป็นปัญหาสำหรับผู้ป่วยบางคน จากการเปิดเผยในที่ประชุมของการประชุมสมาคมโรคเอดส์นานาชาติประจำปี 2017 ที่ปารีสประเทศฝรั่งเศษว่าการรักษาด้วยการฉีดยาแทนการกินได้ผลดีกว่า และเชื่อว่าการรักษาด้วยการฉีดเพียง 6 ครั้งต่อปีจะเป็นการรักษาของอนาคตอันใกล้

จากการนำเสนอในที่ประชุมสมาคมโรคเอดส์ ฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้รายงานการทดลองทางคลินิกการรักษาโรคไวรัสเอชไอวีด้วยการฉีดยาแทนการกิน ซึ่งเป็นการทดลองที่กระทำในศูนย์วิจัย 50 แห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา เยอรมัน แคนาดาสเปน และฝรั่งเศส ผลการทดลองทางคลินิกนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร  the Lancet ที่แสดงให้เห็นว่าผลของการทดลองให้ผลดีกว่าหรือเท่าเทียมกับการรักษาด้วยการกิน

การทดลองทางคลินิกในครั้งนี้เป็นการทดลองระยะแรกและขนาดค่อนข้างเล็ก โดยที่มีผู้ป่วยอาสาสมัครจำนวน 309 รายเข้าร่วมในการทดลอง การทดลองได้ใช้ยากินสองชนิดรวมกันเป็นยาฉีดโดยการทำให้สารของยาเป็นอนุภาคนาโน ยาสองชนิดนี้คือ cabotegravir และ rilpivirine  อนุภาคนาโนของยาสองชนิดรวมกันนี้ฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อของผู้ป่วยจะค่อย ๆ สลายตัวหลั่งยาไปในร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งทำให้มันมีฤทธิ์เป็นเวลานาน

การทดลองเริ่มต้นโดยผู้ป่วยเหล่านี้จะได้รับยากินตามปกติเพื่อลดจำนวนไวรัสเอชไอวีลง หลังจากนั้นจะเป็นการบำบัดรักษาด้วยยาฉีด โดยที่ผู้ป่วยบางรายจะได้รับการฉีดทุก 4 สัปดาห์ และในบางรายจะได้รับการฉีดทุก 8 สัปดาห์ และมีอีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นกลุ่มควบคุมที่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยยากินตามปกติ

ผลการทดลอง

ในกลุ่มควบคุมที่ผู้ป่วยได้รับยากินหลังจาก 96 สัปดาห์แล้ว 84 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่ได้รับยามีจำนวนไวรัสเอชไอวีลดลงอยู่ในระดับที่ไม่สามารถตรวจพบได้ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มของผู้ป่วยที่ได้รับการฉีด 87 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยในกลุ่มที่ผู้ป่วยฉีดทุก 4 อาทิตย์ และ 94 เปอร์เซ็นต์สำหรับกลุ่มที่ได้รับยาทุก 8 อาทิตย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการฉีดมีประสิทธิภาพมากกว่าการกินจากการทดลองนี้ ผลข้างเคียงจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการที่รวมถึงอาการท้องร่วงและปวดศีรษะ และผู้ป่วยมีอาการคล้ายคลึงกันในทุกกลุ่ม

การทดลองในครั้งนี้เป็นการทดลองขนาดเล็กซึ่งจำนวนผู้ป่วยเข้ารวมการทดลองไม่มากผลที่ได้อาจจะไม่ถูกต้องมากหนัก อย่างไรก็ตามได้มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้มีแผนการที่จะทำการทดลองทางคลินิกที่ใหญ่และยาวนานกว่าซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นเพื่อยืนยันผลของการทดลองในครั้งนี้ก่อนที่จะนำวิธีการรักษาสู่ผู้ป่วยโดยทั่วไป

 

 


 

ที่มาการประชุมสมาคมโรคเอดส์นานาชาติประจำปี 2017  วารสาร  the Lancet และบริษัท GSK

 

error: กด RightClick แทน