อินเทล ควอลคอมม์ ล็อบบี้รัฐบาลสหรัฐลดหย่อนการห้ามการค้ากับ หัวเว่ย

บริษัทผลิตและจำหน่ายชิปของอเมริการวมถึงบริษัท ควอลคอมม์ (Qualcomm) และ อินเทล (Intel) กำลังกดดันรัฐบาลสหรัฐอย่างเงียบ ๆ เพื่อให้รัฐบาลลดหย่อนการสั่งห้ามการทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ยซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนที่ถูกรัฐบาลสหรัฐขึ้นบัญชีดำ

ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯสั่งห้ามบริษัทของสหรัฐฯทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ยซึ่งเป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่รัฐบาลสหรัฐฯอ้างว่าการสั่งห้ามเป็นประเด็นของความมั่นคงแห่งชาติ

บริษัทผู้ผลิตชิปได้ยืนเหตุผลให้กับรัฐบาลสหรัฐฯว่า บริษัทหัวเว่ยส่วนที่ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ใช้ชิ้นส่วนประกอบที่ได้มาจากบริษัทของสหรัฐฯเอง ดังนั้นไม่น่าจะทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติเช่นเดียวกับในอุปกรณ์เครือข่าย 5G ของบริษัทหัวเว่ยที่ใช้เทคโนโลยีของประเทศจีน

การจัดซื้อจัดหาส่วนประกอบของบริษัทหัวเว่ยในปี 2018 นั้นมีมูลค่ารวมประมาณ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และ 1.1 หมื่นล้านเหรียญเป็นการซื้อชิ้นส่วนประกอบจากบริษัทของสหรัฐฯ เช่นจากบริษัท ควอลคอมม์ อินเทล และไมครอน ซึ่งนับเป็นรายได้จำนวนมากสำหรับบริษัท และนั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายบริษัทกำลังวิ่งล็อบบี้เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐฯลดหย่อนการทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย

สมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (หรือ SIA) ได้ยอมรับว่าสมาคมเป็นผู้จัดการเรื่องการปรึกษาหารือกับรัฐบาลสหรัฐฯในนามของบริษัทต่างๆเพื่อช่วยให้บริษัทปฏิบัติตามข้อบังคับใหม่ และให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าสหรัฐฯเกี่ยวกับผลกระทบของการห้ามทำการค้ากับบริษัทหัวเว่ย

บริษัทกูเกิล (Google) เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่กำลังวิ่งล็อบบี้รัฐบาลสหรัฐฯเพื่อให้ลดหย่อนกฎข้อบังคับสำหรับการการทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย บริษัทได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับผลกระทบหากบริษัทหยุดให้บริการและหยุดให้การสนับสนุนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งจะผลักดันให้บริษัทหัวเว่ยพัฒนาและใช้ระบบปฎิบัติการเป็นของตัวเอง ซึ่งจะเป็นผลเสียด้านความปลอดภัยกับระบบแอนดรอยด์โดยรวม

บริษัทบรอดคอม (Broadcom) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิปหลายใหญ่หลายหนึ่งของสหรัฐฯที่ถึงแม้ไม่ได้รวมในการทำการล็อบบี้กระทรวงพาณิชย์ แต่ได้ออกคำเตือนว่าสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯจะส่งผลกระทบทำให้บริษัทสูญเสียรายได้ประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้

 

 

error: กด RightClick แทน