อินโดนีเซียประกาศย้ายเมืองหลวงเพราะจาการ์ตา “กำลังจมลงทะเล”

รัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกมาประกาศว่า ประเทศมีแผนการที่จะย้ายเมืองหลวงออกจากจาการ์ตา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพื้นดินของเมืองจาการ์ตากำลังทรุดต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ตามรายงานของเวิลด์อีคอนอมิกฟอรัม จาการ์ตาเป็นหนึ่งในเมืองที่ทรุดตัวลงเร็วที่สุดในโลก เนื่องจากเหตุผลสองประการคือ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น  และการสูบน้ำใต้ดินมาใช้มากเกินไป

พื้นที่ตั้งของเมืองจาการ์ตาจะมีสภาพคล้ายกับกรุงเทพของเราคือเป็นพื้นที่หนองน้ำตามธรรมชาติ เมืองจาการ์ตาตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มของตะกอนจากแม่น้ำ 13 สายที่ไหลผ่านเมือง แต่จริง ๆ แล้วพื้นดินเมืองจาการ์ตาโดยเฉลี่ยแล้วอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 8 เมตรซึ่งสูงกว่ากรุงเทพมหานครของเรา แต่ในช่วงรายปีที่ผ่านมาได้เกิดภาวะน้ำท่วมอยู่เป็นประจำในอัตราที่น่าตกใจ ภาวะน้ำท้วมที่เกิดขึ้นบ่อยมีสาเหตุหนึ่งมาจากแม่น้ำที่ไหลผ่านเมืองจะหนองเหนือพื้นดินเนื่องจากการทรุดลงในช่วงหลายปีที่ผานมา

ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นก็กำลังสร้างปัญหาไม่เพียงแต่ให้กับเมืองจาการ์ตา แต่หลาย ๆ เมืองทั่วโลกกำลังประสบปัญหาเดียวกันรวมถึงกรุงเทพของเราด้วย จากข้อมูลขององค์การนาซ่าซึ่งได้ทำการติดตามบันทึกระดับน้ำทะเลมาตั้งแต่ปี 1993 พบว่าระดับน้ำทะเลได้เพิ่มสูงขึ้นมา 85 มิลลิเมตร โดยเฉลี่ยในอัตรา 3.2 มิลลิเมตรต่อปี

ระดับน้ำทะลที่เพิ่มสูงขึ้น ภาพโดยนาซ่า

นอกจากระดับทะลที่สูงขึ้นแล้วปัญหาที่ใหญ่และสำคัญคือ การสูบน้ำบาดาลมาใช้กันอย่างไม่มีการควบคุม  จาการ์ตาเป็นเมืองที่มีประชากรกว่า 30 ล้านคน ถึงแม้ว่าเมืองจะตั้งอยู้ท่ามกลางแหล่งน้ำ แต่แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพดีพอมีไม่เพียงพอกับความต้องการของประชากรจำนวนมาก การสูบน้ำบาดาลจึงเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า แต่น้ำฝนไหลกลับไปยังแหล่งน้ำใต้ดินไม่ทันกับการสูบออกมาใช้

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นทำให้เมืองจาการ์ตาทรุดลงไปถึง 4 เมตรในระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ในทางเหนือของเมืองยิ่งเลวร้ายกว่า การทรุดตัวของพื้นดินเกิดขึ้นในอัตราที่น่าเป็นห่วงมากคือ ทรุดลงไป 2.5 เมตรในเวลาเพียง 10 ปี หากเมืองจาการ์ตายังทรุดลงไปในอัตรานี้พื้นที่ส่วนนี้จะจมต่ำกว่าระดับน้ำทะเลภายในปี 2050

การอนุญาตให้ประชาชน ภาคเอกชน และธุรกิจสูบน้ำบาดาลออกมาใช้ได้ตามอำเภอใจเป็นปัญหาใหญ่ การไม่เข้าไปแก้ไขในปัญหาการสูบน้ำบาดาลมาใช้จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พื้นดินทรุดในอัตราที่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามจาการ์ตาไม่ได้เป็นเมืองแห่งเดียวในโลกที่กำลังเผชิญกับปัญหาพื้นดินทรุด เมืองในหลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหาเดียวกันนี้เช่นกัน

จากการศึกษาในปี 2016 พบว่าเมืองปักกิ่งกำลังทรุดตัวลงมากว่า 10 เซนติเมตรในบางพื้นที่ต่อปี นักวิจัยกล่าวว่าสาเหตุของการทรุดลงของพื้นดินเกิดจากปริมาณน้ำใต้ดินลดน้อยลง ซึ่งเป็นปัญหาคล้าย ๆ กับสถานการณ์ของเมืองการ์ตา เมืองปักกิ่งไม่ใช่เมืองชายฝั่งต้องพึงพาอาศัยน้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำหลักเป็นส่วนใหญ่ น้ำใต้ดินที่มีการสะสมมานานหลายปีเมื่อสูบขึ้นมาใช้มากกว่าที่น้ำไหลกลับลงไปทดแทนก็เป็นปัญหาทำให้พื้นที่ทรุด

นอกจากเมืองปักกิ่งแล้ว การวิจัยจากปี 2015 แสดงให้เห็นว่า วอชิงตันดีซีซึ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองที่สำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกาก็กำลังจะทรุดตัวลงไป 15 เซนติเมตรในอีก 100 ปีข้างหน้า แต่สาเหตุการทรุดตัวของพื้นดินนั้นแตกต่างจากจาเมืองการ์ตา การทรุดตัวของเมืองวอชิงตันจะเกี่ยวข้องกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเท่านั้น

เมืองหลวงของประเทศไทยสร้างขึ้นบนพื้นที่หนองน้ำและเป็นพื้นดินที่สูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 1.5 เมตร กรุงเทพเป็นเมืองหนึ่งที่ประสบกับปัญหาน้ำท่วมมาตั้งแต่ในอดีต และจะประสบกับปัญหาน้ำท่วมในอานาคตมากขึ้นจากการที่ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น จากรายงานของเวิล์ดแบ็งค์ กรุงเทพจะทรุดตัวต่ำกว่าระดับน้ำทะเลภายในปี 2030 นอกจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นแล้วกรุงเทพมีปัญหาการสูบน้ำบาดาลมาใช้มากเกินไปเช่นกันส่งผลทำให้พื้นดินทรุดไป 1-2 ซมต่อปี

 

 

error: กด RightClick แทน