JAXA ส่งยานเก็บขยะสู่วงโคจรเพื่อทำการทดลองเก็บขยะอวกาศ

jaxa tether

องค์การสำรวจอวกาศของญี่ปุ่น (Japan Aerospace Exploration Agency หรือ JAXA ) ได้ส่งยานอวกาศชื่อ Kounotori เพื่อไปทำการทดลองเก็บขยะอวกาศ (space debris) การส่งยานทดลองนี้ได้ทำการส่งขึ้นไปในอวกาศพร้อมกับการส่งสะเบียงไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (international space station หรือ ISS)

มีการคาดคะเนว่ามีวัตถุในวงโคจรของโลกมากกว่า 100 ล้านชิ้น ข้อมูลปี 2013 จากองค์การอวกาศของยุโรป (European Space Agency หรือ ESA)  ได้ประมาณว่ามีวัตถุขนาด 1 ซมหรือเล็กกว่าอยู่ในวงโคจรของโลกประมาณ 170 ล้านชิ้น วัตถุขนาดขนาด1–10 ซม ประมาณ 670,000 ชิ้น และ 29,000 ชิ้นสำหรับวัตถุที่ใหญ่กว่า วัตถุจำนวนหนึ่งในอวกาศเหล่านี้มีการเคลื่อนที่รอบโลกด้วยความเร็วสูงถึง 28,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และด้วยความเร็วขนาดนี้จะสามารถทำให้ระบบดาวเทียมเสียหายได้ถ้าเกิดการชนกัน

ขยะอวกาศเหล่านี้สะสมขึ้นตั้งแต่ โครงการอวกาศของมนุษย์เริ่มขึ้นในปี 1957 ซึ่งจะเป็นวัตถุต่าง ๆ เช่นอุปกรณ์ต่าง ๆ จากดาวเทียวเก่าและชิ่นส่วนจากยานอวกาศและจรวด การชนกันของดาวเทียมที่เกิดขึ้นก็ทำให้เกิดวัตถุขนาดต่าง ๆ โคจรอยู่รอบโลก การทำการทดลองการใช้ขีปนาวุธยิงดาวเทียม (anti-satellite weapons) ที่ประเทศจีนได้ทำไปหลายปีก่อนทำให้สถานะการณ์เลวร้ายยิงขึ้น

jaxa tether2

จาซ่า (JAXA) ได้ออกแบบยานเก็บขยะอวกาศซึ่งประกอบด้วยสายโยงไฟฟ้าที่มีความยาว 700 เมตร สายโยงดังกล่าวทำจากเส้นอลูมิเนียมและลวดเหล็ก นักวิทยาศาสตร์เรียกสายโยงไฟฟ้านี้ว่า EDT (electrodynamic tether) และกล่าวว่าระบบจะกำเนิดพลังงานแม่เหล็กที่เพียงพอที่ทำให้สามารถหยุดและเปลี่ยนแปลงเส้นทางของขยะอวกาศที่มีขนาดประมาณ 20 กิโลกรัม และผลักดันมันให้ตกในชั้นบรรยากาศของโลกในจุดที่ปลอดภัย และเมื่อวัตถุเข้าสู่ชั้นบรรยากาศก็จะเกิดการเผาไหม้

ทางจาซ่า (JAXA) กล่าวว่ายานอวกาศ Kounotori จะเทียบท่ากับสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)ในวันที่ 14 ธันวาคม 2016 ดังนั้นยานอวกาศจะปล่อยสายโยงไฟฟ้านี้หลังจากออกจากสภานีอวกาศนานาชาติก่อนที่จะเสร็จสิ้นหน้าที่ลงด้วยการตกลงสู่โลกและถูกเผาไหม้เมื่อเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก

 

 


 

ที่มา Japan Aerospace Exploration Agency

 

error: กด RightClick แทน