หลุมโอโซนที่ใหญ่ที่สุดที่เคยบันทึกกันมาเหนืออาร์กติกได้ปิดลง

หลุมโอโซนเหนืออาร์กติก ภาพโดย NASA/JPL-Caltech

นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์การบริการตรวจสอบบรรยากาศโคเปอร์นิคัสได้ออกมาประกาศว่า หลุมโอโซนที่ใหญ่ที่สุดที่เคยบันทึกกันมาเหนืออาร์กติก ซึ่งปกติจะไม่ค่อยเกิดขึ้นในขั้วโลกเหนือ ได้ปิดลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากเกิดขึ้นไม่นานก่อนหน้านี้ในต้นฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม)​ ปีนี้

จากข้อมูลล่าสุดของนาซ่า ระดับโอโซนเหนืออาร์กติกแตะต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลุมโอโซนคือบริเวณของชั้นบรรยากาศที่ปริมาณโอโซนมีอยู่เบาบางมาก แต่โดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นประจำปีบริเวณขั้วโลกใต้เหนือทวีปแอนตาร์กติกา การเกิดหลุมโอโซนขนาดใหญ่เหนือขั้วโลกเหนือจึงถือว่าไม่ปกติ จากการบันทึกที่ผ่านมาเคยเกิดขึ้นสองครั้งคือในปี 1997 และ 2011

สารเคมีที่มนุษย์ผลิตขึ้นที่เรียกว่า คลอโรฟลูออโรคาร์บอน หรือ ซีเอฟซี เป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติทำลายชั้นโอโซน และจากการใช้งานของซีเอฟซีในเครื่องทำความเย็นและสเปย์ต่าง ๆ มาหลายทศวรรษที่ผ่านมาหลุมโอโซนก็ได้ก่อตัวขึ้นเหนือทวีปแอนตาร์กติกาทุกปีมาตั้งแต่ปี 1980

หลายคนอาจจะมองกว่า เนื่องจากกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษต่าง ๆ ของมนุษย์ได้ลดลงไปอย่างมากในช่วงของการระบาดใหญ่ของโรคโควิด 19 ดังนั้นจึงน่าจะเป็นสาเหตุทำให้หลุมโอโซนปิดลงอย่างรวดเร็ว แต่นักวิจัยกล่าวว่านั้นไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้หลุมโอโซนหายไป

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า การเกิดขึ้นของหลุมโอโซนในขั้วโลกเหนือได้เกิดจาก “สภาพบรรยากาศที่ผิดปกติ” เป็นผลทำให้สารเคมีอุตสาหกรรมไปมีปฏิสัมพันธ์กับเมฆในระดับสูงที่อุณหภูมิต่ำผิดปกติ หลุมโอโซนหายไปหลังจากอุณหภูมิสูงขึ้น เนื่องจากอุณหที่ภูมิสูงขึ้นจะไปทำลายกระแสลมวลขั้วโลกของอาร์กติก และจะทำให้อากาศที่มีโอโซนเบาบางผสมกับอากาศที่อุดมไปด้วยโอโซนจากละติจูดที่ต่ำกว่า

 

 

error: กด RightClick แทน