ผลิตเลือดอย่างไม่จำกัดจากสเต็มเซลล์ของผู้ป่วยเองใกล้จะเป็นจริงแล้ว

จากผลการวิจัยสองการทดลองที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการในสัปดาห์นี้ได้แสดงให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์ใกล้มากที่จะสามารถผลิตเลือดอย่างไม่จำกัดจากสเต็มเซลล์ของผู้ป่วยเอง และจริง ๆ แล้วสามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดชนิดใดๆ ก็ได้รวมถึงเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย

สเต็มเซลล์เป็นเซลล์ที่มีหน้าที่ผลิตเซลล์ชนิดต่าง ๆ ภายในร่างกาย โดยมีสเต็มเซลล์สองชนิดด้วยกันคือสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนซึ่งอยู่ในตัวอ่อนก่อนที่เซลล์จะเริ่มแยกเป็นเซลล์ต่างๆ และสเต็มเซลล์เต็มวัยซึ่งมีหน้าที่ซ่อมและทดแทนเซลล์เก่าที่ชำรุด

กว่าสองทศวรรษนักวิทยาศาสตร์พยายามหาวิธีที่จะทำให้สเต็มเซลล์กลายเป็นสเต็มเซลล์เม็ดเลือดซึ่งหมายถึงการทำให้สามารถผลิตเลือดได้ตามต้องการอย่างไม่จำกัด การวิจัยที่แตกต่างกันสองชนิดในครั้งนี้เป็นครั้งแรกแสดงให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างสเต็มเซลล์ชนิดต่าง ๆ ได้สำเร็จ

การวิจัยแรกนักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างสเต็มเซลล์ชนิดต่าง ๆ และเมื่อนำเซลล์ที่สร้างขึ้นใหม่เหล่านี้ใส่ไปในหนูทดลอง เซลล์เหล่านี้รวมตัวกันและเกิดเป็นเซลล์เม็ดเลือดชนิดต่าง ๆ รวมถึงเซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันในหนู

ในอีกการวิจัยหนึ่งนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Cornell University ทำการทดลองที่ให้ผลใกล้เคียงกัน แต่ทำการทดลองที่แตกต่างกันเล็กน้อย แทนที่จะใช้สเต็มเซลล์จากตัวอ่อนนักวิทยาศาสตร์ใช้สเต็มเซลล์เต็มวัยที่ได้จากผนังปอดของหนู ซึ่งพวกเขาสามารถทำให้สเต็มเซลล์เต็มวัยเหล่านี้เป็นสเต็มเซลล์เม็ดเลือดในหนู นอกจากนั้นเมื่อทดลองเอาเซลล์ภูมิคุ้มกันออกจากหนูและให้สเต็มเม็ดเลือดหนูเหล่านี้ก็จะได้เซลล์ภูมิคุ้มกันกลับคืนมา

ผลของความสำเร็จในครั้งนี้จะนำไปสู่การรักษาในอนาคตสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคที่ต้องการการถ่ายเลือดอยู่สม่ำเสมอ และรวมถึงผู้ที่ความผิดปกติของไขกระดูกที่ต้องรอผู้บริจาคที่สามารถรับกันได้ จากการวิจัยนี้ในอนาคตจะทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถนำเซลล์จากผู้ป่วยเองและเปลี่ยนเป็นสเต็มเซลล์เม็ดเลือดซึ่งทำให้สามารถผลิตเลือดได้ตามต้องการโดยไม่ต้องรอการบริจากที่รับกันได้อย่างไม่จำกัด

นอกจากนั้นยังสามารถช่วยผู้ป่วยในการรักษาภาวะผิดปกติต่าง ๆ โดยการทำพันธุวิศวกรรมกับสเต็มเซลล์ ถึงแม้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองนี้มาเกือบสองทศวรรษแล้วก็ตาม แต่ยังคงห่างใกล้กับการนำมาใช้รักษาในมนุษย์ซึ่งอาจจะเป็นระยะเวลาอีกหลาย ๆ ปี สิ่งหนึ่งที่สำคัญเมื่อทำงานกับสเต็มเซลล์ก็คือความเสี่ยงที่สเต็มเซลล์เหล่านี้อาจจะกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ดังนั้นการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

 


 

ที่มาวารสาร Nature และ Nature

 

error: กด RightClick แทน