ทำอย่างไรที่จะให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย

ก่อนที่เราจะไปดูวีธีที่ทำให้เราดูอ่อนกว่าวัยหรือดูแก่ชราช้าลง เรามาดูสาเหตุที่ทำให้มนุษย์ดูแก่ขึ้น จริงๆแล้วรวมถึงสัตว์ทุกชนิดที่อายุมากขึ้นก็จะดูแก่ขึ้น มีนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากทำการวิจัยมาเป็นสิบๆปี เพื่อที่จะหาความจริงว่าทำไมคนเราดูแก่ขึ้นตามอายุ และมีวิธีไดบ้างที่เราจะสามารถชะลอความแก่(ดูแก่)

มีข้อมูลบิดเบือนจำนวนไม่น้อยที่ออกมาจากบริษัทความงามเพื่อที่ขายสินค้าของตัวเอง สินค้าพวกนี้น่าเชื่อถือแค่ไหนและมีผลต่อการชะลอการดูแก่ลงจริงไหม  เรามาดูผลการวิจัยการและอธิบายทางวิทยาศาสตร์ในบทความนี้

skin-young_old

ผิวหนัง (Skin) คือปัจจัยหลักที่ทำให้เราดูแก่ลงตามอายุไข เมื่อเรามีอายุมากขึ้นผิวหนังก็จะดูเหี่ยวย่น อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหนังเราดูเหี่ยวย่นทั้งที่รางกายมีการผลิตผิวหนังใหม่ขึ้นทุกวัน   รู้หรือไหมว่าผิวหนังจริงฯแล้วคืออวัยวะ (Organ) เหมือนกับหัวใจหรือปอดหรือตับ อวัยวะก็จะมีหน้าที่เฉพาะและผิวหนังของเราก็เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในรางกาย

ผิวหนังเป็นส่วนหนึ่งของรางกายที่มีการสร้างเซลล์ใหม่ทุกวัน โดยเซลล์ผิวหนังที่สร้างใหม่ก็จะมาทดแทนส่วนที่ตายไป การสร้างผิวหนังใหม่ขึ่นมาจริงฯแล้วเราก็ควรจะได้ผิวหนังที่ดูดีกว่าเดิมซึ่งใหม่กว่าและอ่อนกว่า แต่มันไม่ได้เป็นเช่นน้ัน ผิวหนังใหม่ดูแก่กว่าเดิมขึ้นทุกวัน  ทำไหมถึงเป็นเช่นนี้ เรามาดูปัจจัยที่ทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพ และเราจะมาดูว่าเราจะทำอย่างไรให้กระบวนการเสื่อมสภาพของผิวหนังเกิดขึ้นช้าลง

ปัจจจัยแรกคือ แสงอาทิตย์

แสงอาทิตย์เป็นแสงที่มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกนี้ แต่ส่วนประกอบของแสงส่วนหนึ่งเป็นตัวทำลาย ในแสงอาทิตย์จะมีรังสี UV ซึ่งรังสีนี้มีด้วยกันสองชนิด UVA และ UVB   รังสี UVB นี้เองเมื่อกระทบกับชั้นที่เป็นหนังกำพร้า (Epidermis) ก็จะทำให้ผิวเราคล้ำขึ้น แต่ UVB ก็เป็นประโยชทำให้ร่างกายของเราสร้างวิตามินดี วิตามินดีมีประโยชน์ต่อกระดูกและหัวใจ  แต่ถ้ารับรังสีนี้มากเกินไปก็จะทำให้ผิวไหม้ได้ซึ่งสามารถทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง

skin-uv-ray

UVA เป็นรังสีที่เจาะลึกลงไปในส่วนที่เรียกว่าชั้นหนังแท้ (dermis) รังสีนี้เมื่อกระทบชั้นผิวหนังแท้ก็จะทำลายคอลลาเจน (collagen) ของผิวหนังแท้ การทำลายนี้ก็จะเป็นไปทีละเล็กทีละน้อย และเมื่อเนื้อเยื่อหรือคอลลาเจนยุบลงไปก็จะเป็นผลที่ทำให้เกิดตีนกาและผิวหนังเหี่ยวย่น คอลลาเจนก็เปรียบเสมือนเสาหรือโครงสร้างของอาคารหรือบ้านถ้าเสายุบก็จะทำให้ส่วนอื่นของบ้านยุบ

skin-Young-vs-Old-1024x512

เราจะสังเกตได้ว่าในส่วนผิวหนังที่อยู่ภายใต้เสื้อผ้าก็จะมีส่วนเหี่ยวย่นน้อยหรือช้ากว่าส่วนอื่นที่โดนแดดบ่อยๆ การป้องกันและชลอการเหี่ยวย่นจากปัจจัยนี้ก็ทำใด้โดยการป้องกันแสง UVA  เราควรใช้ครีมกันแดดที่มีความสามรถในการป้องกันแสง UVA ด้วย เมื่อออกจากบ้านไม่ว่าแสงมากหรือแสงน้อยหรือนั่งในรถที่มีกระจกปิด  ขอสังเกตอีกอย่างหนึ่ง เวลาเรานั่งรถปิดกระจกหมด กระจกจะเป็นตัวกรองแสง UVB ก็มีเฉพาะแสง UVA เท่านั้นที่ผ่านกระจกได้ เพราะฉะนั้นเราจะไม่ได้วิตามินดีหรือทำให้ผิวคล้ำจากแสงที่ผ่านกระจก

การเลือกครีมกันแดดเราก็ควรเลือกครีมขึ้นอยู่สภาพอากาศ แต่ข้อควรรู้ไว้ก็คือค่า SPF ( ย่อมาจาก Sun protection factor ) คือค่าบ่งบอกความสามารถของครีมในการป้องกัน UVB เท่านั้น การเลือกซื้อครีมควรเลือกครีมที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไปสำหรับสภาพอากาศเมืองไทย และข้อสำคัญควรเลือกครีมมีความสามารถปกป้องรังสี UVA ด้วยสำหรับเมืองไทยควรใช้เบอร์ 4 ขึ้นไป

skin spf-graph11UVA_starrating

ปัจจจัยที่สอง ออกซิเจน

ออกซิเจนเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่าออกซิเจนจริงๆแล้วเป็นพิษทำลายสิ่งมีชีวิตที่ละเล็กทีละน้อย ออกซิเจนไม่ได้แค่ทำลายสิ่งมีชีวิตอย่างเดียว มันยังทำลายพวกโลหะเช่นเหล็กที่แข็งแกร่ก็จะถูกออกซิเจนทำลายโดยขบวนการที่เรียกว่าออกซิเดชัน (oxidization)

รางกายต้องการออซิเจนในการขับเคลื่อนส่วนต่างฯของรางกาย  ไม่มีออกซิเจนก็ไม่มีการเผาไหม้ไม่มีการเผาไหม็ก็ไม่มีพลังงาน การเผาไหม้ทำให้เกิดมีสิ่งมีชิวิตบนโลกนี้ได้ และการเผาไหม้ก็เป็นตัวทำให้ชีวิตหนึ่งจบลง

เวลาเราหายใจออกซิเจนเข้าไปในรางกาย ประมาณ 98-99% ของออกซิเจนก็จะใช้ในการเผาผลาญอาหารและขับเคลื่อนส่วนต่างฯในรางกาย  มีประมาณ 1-2% ของออกซิเจนที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ หรือ free  radicals  ที่ไปทำลาย DNA ส่วนของเซลล์ต่างฯช่นเซลล์ผิวหนังที่เรียกว่า fibroblasts ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผลิตคอลลาเจน (collagen) นั้นเอง

skin-collagen-fibroblasts

 

ปัจจจัยที่สาม น้ำตาล

ได้มีการศึกษาวิจัยกันอย่างมากของผลกระทบระดับน้ำตาลในเลือดต่อคอลลาเจน ถึงมีการตั้งสาขาการศึกษาใหม่ที่เรียกว่า glycobiology ก็คือการศึกษา complex sugars ในเนื้อเยื่อของเราที่เรียกว่า glycan (กลายแคน)  กลายแคนเป็นสารที่มีอยู่ในเนื้อเยื่อทุกชนิดทำหน้าที่เป็นตัวสื่อสารระหว่างเซลล์ต่างๆในรางกายเช่นเซลล์ผิวหนัง การติดต่อสื่อสารนี้สำคัญกับเซลล์ในสิ่งมีชีวิต การวิจัยพบว่าระหว่างชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และ ชั้นหนังแท้ (dermis) จะมีส่วนประกอบของกลายแคนอยู่มาก นั้นก็คือกลายแคนจะเป็นตัวเชื่อมต่อและสื่อสารระหว่างชั้นผิวหนังทั้งสอง

เมื่อเราอายุมากขึ้นก็จะทำให้จำนวนกลายแคนเสื่อมลง และเมื่อกลายแคนเสื่อมลงการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างหรือซ่อมแซมคอลลาเจนในผิวหนังก็ด้อยลงทำผิวหนังเราดูแก่ขึ้น

ในโอกาสหน้าเราจะมาดูบริษัทที่ผลิตครีมที่มีส่วนผสมของกลายแคนเพื่อมาดูว่ามันได้ผลแค่ไหน เพราะปกติครีมไม่สามารถผ่านขั้นหนังไปได้ลึกที่จะได้ผล แต่จากการเปิดเผยผลวิจัยมันดูน่าเชื่อถือ

เราอาจจะไม่สามารถทำอะไรได้มากเพื่อไม่ให้เราดูแก่ขึ้น นักวิจัยก็ทำวิจัยไปเพื่อที่จะได้ให้ผลที่เป็นที่ยอมรับ คนทุกคนก็แก่ขึ้นตามอายุไขตามกระบวนการของธรรมชาติเรา สิ่งหนึ่งที่เราทำได้นั้นก็คือการช่วยเหลือร่างกายเราให้อยู่ในสภาพที่สามารถซ่อมแซมส่วนที่เสียหรือชำรุด เพื่อให้เซลล์ผลิตคอลลาเจนที่มีคุณภาพดีขึ้น เซลล์และส่วนอื่นของรางกายได้ผลังงานหรือสารต่างๆที่ต้องการจากอาหารที่เรากิน สารอาหารต่างฯที่เซลล์ต้องการนี้ก็จะเป็นตัวทำให้เซลล์ต่างผลิตสิ่งต่างฯเช่นผลิตคอลลาเจนได้ดีขึ้น มีกฎ 4 ข้อในการเลือกกินอาหารเพื่อที่จะทำให้ร่างกายเราซ่อมแซมผิวหนังในส่วนที่เสียหายดังนี้

  1. เลือกกินผักและผลไม้ที่มีสีสดสีเข้มๆ เช่นมะเขือเทศ ผักใบเขียว ผักสลัด (Lettuce) สตรอเบอร์รี่   ผักและผลไม้เหล่านี้มีเม็ดสีคลอโรฟิล (chlorophyll)  ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ antioxidant (คือการลดฏิกิริยาออกซิเดชันซึ่งก็คือทำให้ลดการเป็นพิษของออกซิเจนต่อเซลล์)skin-red-tomato

2. เลือกผักและผลไม้ที่มีรสชาติขม(หรือขมนิดๆ)  เช่น บล็อกโคลี่, ฝรั่ง  ขิง ข่า ถั่ว ข้าวโอ๊ต, ส้ม ต่างฯ แอปเปิ้ล หัวไชเท้า กะหล่ำปลี หอม กระเทียม ผักและผลไม้เหล่านี้มีสาร Quercetin ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกตัวหนึ่ง

 

skin-broccoli

3. เลือกกินปลาที่มีมันปลาเยอะฯ ปลาพวกนี้จะมีกรดไขมัน โอเมกา3  ซึ่งเป็นตัวช่วยการลดออกซิเดชัน เช่น ปลาซาบะ ปลาทู ปลาแซลมอน                                                                                                                            skin-mackerelBaked salmon with fresh asparagus and vegetables served with risotto. Shallow dof

4. หลีกเลี่ยงการกินอาหารพวกแป้งเช่นข้าว เส้นก๋วยเตียว พาสต้าต่างๆ  อาหารพวกนี้จะไปทำลายกลายแคนสารสำคัญที่ทำให้คอลลาเจนอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดที่จะเป็นไปได้

ก็ต้องขอบอกตามตรงว่าสารต่อต้านอนุมูลอิสระในอาหารเหล่านี้มีจำนวนไม่มาก ถ้าจะกินให้เห็นผลเห็นชัดต่อการซ้อมแซมเซลล์ fibroblasts ก็ต้องกินเป็นหลายๆกิโล  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรกินอาหารดีเหล่านี้ ถึงมีจำนวนน้อยมันก็ช่วยร่างกายเราซ้อมแซมเซลล์พวกนี้ได้บ้าง ในส่วนตัวความคิดผู้เขียนเองคิดว่าเราควรกินอาหารหลากหลายและไม่ควรกินอาหารประเภทหนึ่งเป็นจำนวนมาก กินอาหารที่ไม่เป็นประโยชไม่บ่อยครั้งไม่เป็นประจำก็ทำได้

มีบริษัทในประเทศตะวันตกทำการวิจัยการสกัดสารต้านอนุมูลอิสระทำเป็นยาเม็ดหรือยาแคปซูล ทีมงานจะรายงานอีกครั้งถึงยาแคปซูลพวกนี้ในครั้งต่อไป

 

error: กด RightClick แทน