นักวิทยาศาสตร์ใช้ยุงติดเชื้อแบคทีเรียต่อสู่กับการระบาดของโรคไวรัสซิก้า

mosquito

นักวิทยาศาสตร์มีแผนการที่จะปล่อยยุงเป็นล้าน ๆ ตัวที่ติดเชื้อแบคทีเรียวอล์บากเกีย (Wolbachia ) ในต้นปี 2017 เพื่อเป็นการต่อสู่กับไวรัสซิก้าที่กำลังระบาดหนักในหลายพื้นที่ โดยที่ยุงที่ติดเชื้อจะไปลดจำนวนของยุงลายที่เป็นตัวพาหะนำโรคไวรัสซิก้าไข้เลือดออกและไข้เหลืองเป็นต้น

แผนการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft และมีองค์กรณ์อื่น ๆ อีกหลายองค์กรณ์ที่ร่วมมือกัน เช่น รัฐบาลของบราซิลสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา แผนการครั้งนีัได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เงินทุนในกิจกรรมนี้คาดว่าจะประมาณ 18 ล้านดอลลาร์ที่ทาง the guardian ได้รายงานในเรื่องนี้

นักวิทยาศาสตร์จะทำการปล่อยยุงลายตัวผู้ที่ติดเชื้อแบคทีเรียวอล์บากเกียไปในพื้นที่ของประเทศบราซิลและโคลัมเบียซึ่งเมื่อยุงตัวผู้นี้ไปผสมพันธุ์กับยุงตัวเมียที่มีเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ใช้วอล์บากเกียไข่ยุงก็จะไม่ฟักเป็นตัวก็จะทำให้จำนวนของยุงลดน้อยลง การที่ไข่ยุงไม่เกิดการปฏิสนธิเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Cytoplasmic incompatibility ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในเซลล์สืบพันธุ์จากการติดเชื้อทำให้พันธุกรรมเข้ากันไม่ได้

แบคทีเรียวอล์บากเกียเป็นแบคทีเรียที่แมลงทั่วโลกมีการติดเชื้อประมาณ 60 เปอร์เซนต์ในธรรมชาติ อาจจะเรียกได้ว่าธรรมชาติควบคุมประชากรของแมลง แต่ในธรรมชาติแบคทีเรียวอล์บากเกียจะไม่ติดเชื้อในยุงลายนักวิทยาศาสตร์ต้องทำให้ยุงลายติดเชื้อก่อนที่จะปล่อยไปในพื้นที่

ยุงตัวผู้จะไม่กัดดังนั้นยุงตัวผู้ที่ติดเชื้อแบคทีเรียวอล์บากเกียจะไม่เป็นตัวนำเชื้อโรคไปสู่คน ยุงตัวเมียเท่านั้นที่กัดและดูดเลือดเพื่อใช้เป็นสารอาหารส่วนหนึ่งในการสร้างไข่ยุง ถ้ายุงตัวผู้และยุงตัวเมียติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียที่แตกต่างกันลูกยุงก็จะตาย แบคทีเรียวอล์บากเกียเป็นแบคทีเรียที่เกิดในแมลงตามธรรมชาติ

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Monash University ในประเทศออสเตรเลียได้ทำการทดลองนี้มาหลายปีแล้วซึ่งการทดลองเริ่มแรกมีจุดประสงค์ที่จะลดจำนวนของยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก และได้ทำการทดลองปล่อยยุงติดเชื้อในพื้นที่จำกัดของประเทศออสเตรเลียอินโดนีเซียและเวียดนามซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจจึงต้องการที่จะช่วยในการลดการระบาดของโรคไวรัสซิก้าที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก

ไวรัสซิก้าเป็นโรคที่อันตรายกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ซึ่งอาจจะทำให้เด็กที่เกิดมามีสภาวะเป็นมโครเซบฟาลี (Microcephaly)  ไมโครเซบฟาลีคือสภาพการผิดปกติของศีรษะและสมองทารกซึ่งมีขนาดเล็กกว่าปกติ ขนาดศีรษะเด็กที่มีไมโครเซปฟาลีก็จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค การพัฒนาการทางสมองจะด้อยกว่าปกติและถือว่าเป็นการพิการทางสมอง

ความพยายามมากหมายจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเพื่อที่จะบรรเทาปัญหานี้ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์สามารถผลิตวัคคซีนป้องกันเชื้อไวรัสมีความจำเป็นอย่างมากเนื่องจากการวิจัยและพัฒนาวัคซีนต้องใช้เวลานาน การทดลองการปล่อยยุงติดเชื้อถ้าสำเร็จมันจะสามารถใช้ในการควบคุมประชากรของยุงลายได้ เมื่อจำนวนของยุงลดน้อยลงการระบาดของโรคก็จะน้อยลงตาม

 

error: กด RightClick แทน