ปี 2018 เป็นปีที่ร้อนที่สุดและยังคงร้อนต่อไปอย่างต่อเนื่อง

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (หรือ NOAA) และองค์การนาซ่าได้แถลงข่าวร่วมกันในวันพุธที่ผ่านมาว่าอุณหภูมิและสภาพอากาศของโลกในปี 2018 นั้นเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา ซึ่งนั้นก็หมายความว่าห้าปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดบนโลกเท่าที่มนุษย์เคยบันทึกอุณหภูมิกันมา

หน่วยงานทั้งสองได้เก็บบันทึกข้อมูลที่เป็นอิสระจากกันและกันที่เริ่มบันทึกอุณหภูมิของโลกตั้งแต่ปี 1880 และสิปแปดปีของปีที่ร้อนที่สุดในช่วงระยะเวลา 19 ปีเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2001 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกได้สูงขึ้นไปประมาณ 1 องศาเซลเซียสตั้งแต่ปี 1880 ซึ่งก็หมายถึงว่าเราได้ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นไปแล้วกว่าสองในสามของอุณหภูมิสูงสุดที่ 1.5 องศาเซลเซียสตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงภูมิอากาศของปารีส

กาวิน ชมิดท์ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาอวกาศแห่งก็อดดาร์ดของนาซ่ากล่าวว่าภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นได้ถูกผลักดันจากการปล่อยแก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊ซเรือนกระจกอื่น ๆ ที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ในปี 2018 อุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์เกิดขึ้นในทวีปยุโรปโดยทั่วไปจนไปถึงบริเวณอาร์กติกเซอร์เคิล  และในยุโรปช่วงฤดูร้อนพบว่าอุณหภูมิสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส ส่วนในบริเวณประเทศไทยถึงแม้ปี 2018 ไม่ได้เป็นปีที่ร้อนที่สุดแต่มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงกว่าปกติ

อุณหภูมิที่ยังคงร้อนขึ้นในปี 2018 อย่างรวดเร็วในบริเวณขั้วโลกเหนือทำให้มีการละลายของน้ำแข็งเกิดขึ้นอย่างเร็วอย่างน่าตกใจ ขอบเขตพื้นที่ของน้ำแข็งในทะเลประจำปีทั้งในแถบอาร์กติกและแอนตาร์กติกในปี 2018 นั้นมีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับสองเท่าที่เคยบันทึกมาลองจากอันดับที่หนึ่งในปี 2017 ซึ่งเป็นขอบเขตพื้นที่ของน้ำแข็งในทะเลบริเวณขั้วโลกเท่าที่เคยวัดมาตั้งแต่ปี 1979  นอกจากการสูญเสียพื้นที่ของน้ำแข็งในทะเลแล้ว แผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกยังคงละลายหายไปในอัตราที่น่าตกใจ ซึ่งการสูญเสียมวลน้ำแข็งจากธานและแผนน้ำแข็งสำคัญเหล่านี้มีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

 

 

error: กด RightClick แทน