นาซ่าพบโมเลกุลของน้ำบนดวงจันทร์เคลื่อนย้ายไปมา

โมเลกุลของน้ำแยกตัวออกจากพื้นผิวของดวงจันทร์เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นและลอยไปยังพื้นที่ที่เย็นกว่า Credit: NASA’s Goddard Space Flight Center/Scientific Visualization Studio

จากข้อมูลของเครื่องมือโครงการทำแผนที่ลายแมนอัลฟาหรือ LAMP (Lyman Alpha Mapping Project)บนยานอวกาศลูนาร์รีคอนเนสันส์โอบิตเตอร์ (Lunar Reconnaissance Orbiter) นักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซ่าได้สังเกตพบโมเลกุลของน้ำเคลื่อนย้ายไปรอบๆอยู่บนผิวของดวงจันทร์ด้านที่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์

จนกระทั่งถึงทศวรรษที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์คิดว่าดวงจันทร์เป็นสถานที่แห้งโดยที่น้ำที่มีอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นหย่อมน้ำแข็งที่โมเลกุลของน้ำผูกมัดอยู่กับโมเลกุลของเศษดินหินกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณหลุมอุกกาบาตที่อยู่ใกล้ๆกับขั้วของดวงจันทร์ที่มืดสนิทไม่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์อย่างถาวร

หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ได้พบพื้นที่มีโมเลกุลของน้ำผูกมัดอยู่กับเศษดินหินกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปโดยที่จำนวนและสถานของน้ำจะแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของวัน โมเลกุลของน้ำเหล่านี้พบมากบริเวณละติจูดสูงขึ้นไป

ในช่วงเวลากลางวันพื้นผิวของดวงจันทร์จะร้อนขึ้นด้วยอุณหภูมิสูงสุดที่ประมาณเที่ยงวันบนดวงจันทร์ เป็นผลให้โมเลกุลของน้ำแยกออกจากการผูกมัดกับเศษดินหินและกลายเป็นแก๊ซเคลื่อนตัวไปยังบริเวณที่เย็นกว่าเพราะทำให้มีความเสถียรมากกว่า หลังจากนั้นเมื่ออุณหภูมิลดลงโมเลกุลของน้ำเหล่านั้นจะกลับมาผูกมัดกับเศษดินหินบนพื้นผิวดวงจันทร์อีกครั้ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบกระบวนการนี้เกิดขึ้นมากในภูมิภาคที่เป็นเนินเขาเรียกว่าที่ราบสูงของดวงจันทร์

นักวิทยาศาสตร์ได้เคยตั้งสมมติฐานว่าไฮโดรเจนไอออนจากลมสุริยะอาจเป็นแหล่งต้นกำเนิดของน้ำที่มีอยู่บนพื้นผิวของดวงจันทร์ส่วนใหญ่ แนวคิดหนึ่งก็คือไฮโดรเจนไอออนจากลมสุริยะจะตกลงบนพื้นผิวของดวงจันทร์และมาทำปฏิกิริยาผูกมัดกับโมเลกุลของออกซิเจนจากเหล็กออกไซด์ที่มีอยู่บนพื้นดินเกิดกลายเป็นโมเลกุลของน้ำ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วเมื่อดวงจันทร์ถูกบดบังแสงดวงอาทิตย์โดยโลกแล้วโมเลกุลของน้ำที่เกิดจากลมสุริยะก็ควรจะลดลง

แต่ข้อมูลจากเครื่องมือโครงการทำแผนที่ลายแมนอัลฟาไม่ได้แสดงให้เห็นว่าโมเลกุลของน้ำได้ลดลงแต่อย่างใดถึงแม้ว่าเมื่อพื้นผิวดวงจันทร์หยุดได้รับแสงจากดวงอาทิตย์​ก็ตาม ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สรุปได้ว่าโมเลกุลของน้ำบนพื้นผิวดวงจันทร์ไม่ได้เกิดจากไฮโดรเจนไอออนจากลมสุริยะอย่างที่ตั้งสมมติฐานกันมาก่อนหน้านี้ แต่จะค่อยๆสะสมเพิ่มจำนวนขึ้นตามกาลเวลาอย่างช้าๆ

อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่สามารถตัดประเด็นของความเป็นไปได้ที่ว่าเครื่องมือตรวจจับน้ำนั้นอาจเข้าใจผิดโมเลกุลของไฮโดรเจนออกไซด์ว่าเป็นโมเลกุลของน้ำเพราะเครื่องมือวัดจะแสดงความยาวคลื่นโมเลกุลทั้งสองคล้ายๆกัน นั้นก็หมายถึงว่านักวิทยาศาสตร์ยังต้องทำการศึกษาเพื่อตัดประเด็นดังกล่าวออกไปก่อนที่จะสามารถยืนยันผลการวิจัยได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์

การพบแหล่งน้ำบนดวงจันทร์และเข้าใจวัฏจักรของการเกิดขึ้นของน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับมนุษย์หากเราต้องการที่จะตั้งสถานีอวกาศบนพื้นผิวของดวงจันทร์วันหนึ่งในอนาคต

 

 

error: กด RightClick แทน