ทดสอบเครื่องยนต์จรวดความเร็วสูงชนิดใหม่ประสบความสำเร็จ

หลังจากเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงคองคอร์ดได้จบชีวิตลงในปี 2003 ความฝันของวิศวกรนักวิทยาศาสตร์หรือแม้แต่คนธรรมดาที่ต้องการเห็นเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงที่สามารถบินรอบโลกได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงนั้นอาจจะเป็นจริงขึ้นแล้วเมื่อการทดสอบส่วนประกอบสำคัญของเครื่องยนต์จรวดชนิดใหม่ประสบความสำเร็จ

บริษัทรีเอ็กเตอร์เอนจิ้น (Reaction Engines) จากเมืองออกซ์ฟอร์ดประเทศอังกฤษได้ทำงานร่วมกับองค์การอวกาศยุโรปและสำนักงานอวกาศแห่งสหราชอาณาจักรและบริษัทการบินและอวกาศบีเออี(BAE)เพื่อสร้างเครื่องยนต์ทรงพลัง ในวันจันทร์ที่ผ่านมาบริษัทได้ออกมาประกาศความสำเร็จในการทดสองตัวทำความเย็นล่วงหน้า(precooler)ของเครื่องยนต์จรวดชนิดใหม่โดยการจำลองสภาพที่ความเร็วมัค  3.3 หรือความเร็ว 1,131.9 เมตรต่อวินาที

ความเร็วที่มัค 3.3 เป็นความเร็วที่สูงกว่าความเร็วของเครื่องบินคองคอร์ดถึง 50% ขณะทำการบินล่องที่ใช้ในการเดินทางระหว่างนิวยอร์กและปารีสประมาณ 3.5 ชั่วโมง และมัค 3.3 เป็นความเร็วที่เท่ากับเครื่องบินเจ็ตทางทหาร SR-71 Blackbird ที่เป็นเครื่องบินที่เร็วที่สุดในโลกที่เคยสร้างมาโดยบริษัทล็อกฮีดมาร์ติน

ณ ความเร็วขนาดนี้ตัวทำความเย็นล่วงหน้าเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเครื่องยนต์เพื่อป้องกันเครื่องยนต์จากการหลอมละลาย ตัวทำความเย็นล่วงหน้าจะลดอุณหภูมิของอากาศอัดที่ป้อนเข้าไปในเครื่องยนต์จากอุณหภูมิ 1,000 องศาเซลเซียลลงมาอยู่ที่อุณหภูมิห้อง(ประมาณ 20 องศา)ในเวลาเพียง 0.05 วินาที ส่วนประกอบของตัวทำความเย็นจะประกอบด้วยหลอดจำนวนหลายพันหลอดที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ และภายในบรรจุฮีเลียมเหลวที่สามารถทำให้อากาศเย็นลงในขณะที่อากาศพัดผ่านเข้ามา

การทดสอบตัวทำความเย็นล่วงหน้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของบริษัทที่จะพัฒนาเครื่องยนต์จรวดซาเบอร์  (SABER – Synergetic Rocket-Breathing Rocket Engine) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์จรวดที่ใช้อากาศอัดไหลเข้าเครื่องยนต์แทนการใช้ออกซิเจนเหลวเหมือนจรวดโดยทั่วไปทำให้น้ำหนักเบากว่าเพราะไม่ต้องบรรทุกออกซิเจนเหลวและแก๊สเหลวอื่นๆจำนวนมากๆ

ความร้อนเป็นปัจจัยสำคัญที่จำกัดความสามารถของเครื่องยนต์ที่จะบินด้วยความเร็วเหนือเสียง เครื่องยนต์จรวดซาเบอร์เป็นเครื่องยนต์จรวดที่เบากว่าเครื่องยนต์จรวดธรรมดามากเพราะได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ออกซิเจนจากอากาศในชั้นบรรยากาศที่ไหลเข้าสู่เครื่องยนต์เพื่อใช้ในการเผาไหม้จนถึงที่ความเร็วที่มัค 5 ในชั้นบรรยากาศโลก  ถ้าบินระดับสูงกว่านั้นเครื่องยนต์จรวดนี้จะต้องเผาไหม้ออกซิเจนเหลวและไฮโดรเจนเหลวจากถังเชื้อเพลิงซึ่งสามารถบินขึ้นสู่อวกาศได้และมีความเร็วสูงสุดได้ที่มัค 25

เป้าหมายสูงสุดของบริษัทก็เพื่อที่จะสร้างยานพาหนะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้โดยมีประสิทธิภาพของการใช้เชื้อเพลิง เครื่องยนต์จรวดจะไม่เพียงแต่สามารถใช้ขับเคลื่อนเครื่องบินพาณิชย์ที่หย้นระยะเวลาเดินทางให้กับผู้โดยสารทั่วโลกได้แล้วยังสามารถขับเคลื่อนยานอวกาศเพื่อนำมนุษย์อวกาศขึ้นไปในอวกาศและและนำกลับลงมาสู่พื้นโลกด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าระบบจรวดปัจจุบันอยู่มาก

 

 

error: กด RightClick แทน