วัคซีนไวรัสเอชไอวีและยารักษาชนิดฉีดกำลังจะเข้าสู่การทดลองครั้งใหญ่

วัคซีนเอชไอวีสองชนิดรวมกันที่พัฒนาจากการร่วมมือระหว่างบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันและสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกากำลังจะเริ่มการทดลองทางคลินิคเป็นเวลาสามปีกับผู้หญิงจำนวน 2,600 ในประเทศของทวีปแอฟริกาทางตอนใต้  และการทดลองทางคลินิคในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์

ผู้เข้าร่วมการทดลองจะได้รับวัคซีนสองเข็ม เข็มแรกจะเป็นวัคซีนที่ไปกระตุ้นระบบภูมิคุุ้มกันให้พร้อมกับการรับมือกับเชื้อไวรัสเอชไอวี และเข็มที่สองเป็นวัคซีนที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองต่อการกำจัดและทำลายเชื้อไวร้ส โดยที่วัคซีนจะรวมโปรตีนของเชื้อไวรัสเอชไอวีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งนักวิจัยหวังว่าวัคซีนสองชนิดนี้รวมกันจะสามารถป้องกันร่างกายจากเชื้อไวรัสเอชไอวีได้ทุกสายพันธุ์

นอกจากการทดลองทางคลินิคของวัคซีนจากบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันแล้ว ยังจะมีการทดลองทางคลินิคกับยารักษาโรคไวรัสเอชไอวีชนิดฉีดกับผู้หญิงจำนวน 3,200 คนในประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ใต้ทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกา ยาดังกล่าวผลิดโดยบริษัท ViiV Healthcare ซึ่งการทดลองทางคลินิคนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯและมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์เช่นกัน

การทดลองรักษาโรคไวรัสเอชไอวีด้วยยาฉีดเป็นการทดลองกับยา cabotegravir โดยที่ผู้ป่วยที่เข้าร่วมจะได้รับการฉีดยาทุก ๆ สองเดือนแทนการใช้ยากิน ซึ่งการทดลองคาดหวังว่าจะได้ผลสรุปในเดือนพฤษภาคม 2022 จากการรายงานของรอยเตอร์สการทดลองทางคลินิคสองการทดลองนี้เป็นการทดลองที่ใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันในรอบสิบปีที่ผ่านมา

การทดลองทั้งสองในครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงในประเทศต่าง ๆ ในทวีปแอฟริกา เนื่องมาจากว่าในแอฟริกามีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่จำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ทั้งหมดทั่วโลก

การรักษาและป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวีเป็นสิ่งที่ยากเนื่องมาจากความสามารถของเชื้อไวรัสในการหลบเลี่ยงและมันมีเป้าหมายการติดเชื้อในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่ความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ในหลายปีที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นความก้าวในด้านนี้ยากมาก เราต้องมาค่อยดูและหวังว่าการทดลองทางคลินิคครั้งใหญ่ทั้งสองนี้จะให้ผลเป็นที่น่าพอใจ

 


 

 

ที่มาสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาและสำนักข่าวรอยเตอร์ส

 

error: กด RightClick แทน