HIH พบว่าแอนติบอดี่อาจจะช่วยรักษาโรค HIV ได้

นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสุขภาพแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกาได้ศึกษาพบเหตุผลที่ทำให้ลิงหายจากการเป็นโรคไวรัสเอสไอวี (simian immunodeficiency virus หรือ SIV) ของการศึกษารักษาลิงด้วยแอนติบอดี่ชนิดหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว การค้นพบครั้งนี้จะนำไปสู่การป้องกันและรักษาการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ในมนุษย์

เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วนักวิทยาศาสตร์ได้รายงานว่าสามารถรักษาไวรัสเอสไอวีได้สำเร็จในลิง การรักษาครั้งนั้นเป็นการรักษาด้วยแอนติบอดี่ที่คล้ายกับยาเวโดลิซูแมบ (vedolizumab) ที่ใช้รักษาอาการอักเสบในลำไส้ใหญ่และโรคโครห์นในมนุษย์ ในความสำเร็จครั้งนั้นนักวิทยาศาสตร์ไม่รู้เห็นผลที่ชัดเจน แต่นักวิทยาศาสตร์จากนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสุขภาพแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกาได้อธิบายเหตุผลของความสำเร็จในการประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับไวรัสและการติดเชื้อที่เมืองซีแอตเติลประเทศสหรัฐ ฯ ที่เกิดขึ้นในเดือนนี้

นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสุขภาพแห่งชาติได้พบว่ามีโปรตีนอัลฟา−4 (alpha-4) และเบต้า-7 (beta-7) บนผิวของไวรัสเอชไอวี (HIV) และไวรัสเอสไอวี (SIV) ในลิง และการมีโปรตีนอัลฟา−4และเบต้า-7 ทำให้การรักษาด้วยแอนติบอดี่ชนิดที่ต่อต้านโปรตีนอัลฟา−4 และเบต้า-7 ได้ผลในการควบคุมจำนวนของเชื้อไวรัสถึงแม้ว่าหยุดรับการรักษาแล้วก็ตาม

นักวิทยาศาสตร์รู้มานานแล้วว่าโปรตีนอัลฟา−4และเบต้า-7 เป็นตัวเชื่อมต่อของเซลล์ของภูมิคุ้มกันของร่างกายที่พบมากในลำไส้ เซลล์ของภูมิคุ้มกันเหล่านี้เป็นเป้าหมายของการติดเชื้อของไวรัสไวรัส จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้พบว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีจะได้รับโปรตีนอัลฟา−4และเบต้า-7ที่ผิวของมันเมื่อไวรัสออกมาจากเซลล์ภูมิคุ้มกันที่มันเข้าไปติดเชื้อแบ่งตัวเจริญเติบโตอยู่ จากการค้นพบครั้งนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีความหวังกับการพัฒนาวิธีใหม่ ๆ ที่จะใช้ป้องกันและรักษาโรคไวรัสเอชไอวี

ก่อนการค้นพบครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแอนติบอดี่จะเข้าโจมตีเซลล์ภูมิคุ้มกันที่มีโปรตีนอัลฟา−4และเบต้า-7 และจะควบคุมเซลล์เหล่านี้ให้อยู่เพียงภายในบริเวณลำไส้ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไวรัสได้เข้าติดเชื้อเซลล์ในระยะเริ่มต้น แต่จากการทดลองพบว่าแทนที่จะโจมตีแอนติบอดี่ มันเข้าเชื่อมติดกับเซลล์และเชื้อไวรัสเอชไอวี(หรือ เอสไอวีในกรณีลิง)แทน และเป็นผลทำให้เชื้อไวรัสและเซลล์ที่ติดเชื้อถูกกำจัด และแสดงให้เห็นผลสำเร็จในการทดลองยานี้กับลิงเมื่อปีที่แล้ว

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีและเอสไอวีจะได้รับเยื่อหุ้มเซลล์ของมันจากเนื้อเยื่อของเซลล์ภูมิคุ้มกันที่มันออกมาและใช้โปรตีนของเซลล์นั้นเพื่อที่ทำให้มันแข็งแกร่งและเข้าติดเชื้อเซลล์ของภูมิคุ้มกันเซลล์อื่น ๆ มากขึ้น จากการทดลองในหนูนักวิทยาศาสตร์พบว่าการที่เอชไอวีใช้โปรตีนอัลฟา−4และเบต้า-7 เป็นเยื่อหุ้มเซลล์ทำให้ไวรัสสามารถเข้าหาและทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกันในลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเชื้อไวรัสที่ไม่มีโปรตีนนี้

การตรวจเลือดของผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัส 33 คนและลิง 12 ตัวที่ติดเชื้อเอสไอวีพบไวรัสที่มีส่วนของโปรตีนในผู้ป่วยทุกคนและลิงทุกตัว สัดส่วนของไวรัสที่มีโปรตีนอัลฟา−4และเบต้า-7 จะมีมากในเลือดที่ตรวจพบจากผู้ที่อยู่ในระยะเริ่มต้นของการติดเชื้อซึ่งเกิดจากการที่ไวรัสเข้าไปติดเชื้อในเซลล์ของภูมิคุ้มกันและแบ่งตัวภายในเซลล์นั้น การค้นพบครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโปรตีนนี้เป็นปัจจัยสำคัญของการติดเชื้อในระยะแรก ๆ

ขั้นตอนต่อไปนักวิทยาศาสตร์จะทำการทดลองทางคลินิคระยะแรกกับมนุษย์ที่ศูนย์วิจัยของสถาบันสุขภาพแห่งชาติในรัฐแมรี่แลนด์ โดยที่จะใช้เวลาทดทดลองใช้ยาเวโดลิซูแมบ (vedolizumab) 30 อาทิตย์กับผู้ป่วยเพื่อที่จะศึกษาความปลอดภัยของยาและเพื่อดูว่ายาสามารถช่วยในการควบคุมเชื้อไวรัสในผู้ป่วยหลังจากหยุดการรักษาด้วยวิธีอาร์ท (ART)  ผลการศึกษาเบื้องต้นคาดหวังจะออกมาภายในสิ้นปี 2017 และผลของการศึกษาเพิ่มเติมจะออกมาในปี 2018

 

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับไวรัสเอชไอวี


 

ที่มา สถาบันสุขภาพแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (National Institutes of Health)

 

error: กด RightClick แทน