Nikola Tesla วิศวกรอัจฉริยะที่โลกเกือบลืม

Tesla1

ในโลกแห่งนี้บางครั้งดูเหมือนว่าทำดีแล้วก็ไม่มีคนเห็น มีบุคคลหลายคนที่ได้ทำให้ชีวิตคนทุกคนวันนี้ดีขึ้นแต่เกือบจะไม่มีใครรู้จักเขา ทางทีมงานจะขอแนะนำวิศวกรอัจฉริยะที่เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้โดยการให้แสงสว่างกับทุกคน เขาผู้นี้คือ Nikola Tesla นักวิชาการหลายคนอาจจะยกย่องบุคคลคนนี้ว่าเป็นวัศวกรนักวิทยาศาสตร์และนักประดิษฐ์อัจฉริยะแต่จะเป็นคนซื่อที่ไม่เก่งทางด้านการหาเงิน ชีวิตของเขาในสังคมที่มีแต่คนเห็นแก่เงินได้เป็นตัวกำหนดชตาชีวิตของเขาซึ่งจบอย่างน่าอนาถ ในส่วนตัวของผู้เขียนเองมองเห็นเขาเป็นนักคิดและวิศวกรอัจฉริยะที่สุดคนหนึ่งของโลก

เทสล่าเกิดในปี 1856 ในเมือง Smiljan ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนี่งของประเทศโครเอเชีย ในสมัยที่เขาเกิดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรออสเตรียฮังการี บิดาของเขาเป็นบาทหลวงและนักเขียนของศาสนาคริสต์นิกาย orthodox ซึ่งเป็นนิกายที่สอนแบบดั้งเดิม ส่วนแม่เขาไม่ได้มีการศึกษาอะไรแต่เป็นทีรู้กันดีว่ามีจำเป็นเลิศและมีงานอดิเรกเป็นนักประดิษฐ์ของใช้ในบ้าน เทสส่นใจต่อสิ่งประดิษฐ์ไฟฟ้าคงได้มาจากแม่ของเขา เทสล่ามีพี่น้องด้วยกัน 5 คนคือ Dane, Angelina, Milka และ Marica โดยที่เทสล่าเป็นคนที่สี่ พ่อของเทสล่าพยายามชักจูงเขาไปในทางศาสนาแต่เขาสนใจในทางวิทยาศาสตร์มากกว่า เทสล่าเข้าศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้าที่สถาบันโพลีเทคนิคในเมืองกราซโดยได้ทุนการศึกษา ในช่วงสองปีแรกเขาได้เรียนดีปกติแต่ช่วงปายปีที่สองได้มีความขัดแย่งกับศาสดาจารย์ในเรืองของแกรมมีไดนาโม (คือเครื่องผลิตไฟฟ้ากระแสตรง) และเขาเริ่มเล่นการพนันจนติด และการพนันนั้นเองที่ทำให้เขาเสียทุนการศึกษา  ถึงแม้เขาพยายามจะกลับมาเรียนใหม่ด้วยความช่วยเหลือการเงินจากครอบครัวเขาไม่ได้สำเร็จการศึกษา

tesla3

หลักจากที่ไม่ประสบความสำเร็จทางการศึกษาเทสล่าได้เขาทำงานที่บริษัทโทรศัพท์เมือมีอายุได้ 26 ปีซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นรากฐานของสิ่งประดิษฐ์ของเขาที่ตามมาในภายหลัง เทสล่าความคิดในเรื่องของมอเตอร์ด้วยแรงเหนี่ยวนำได้เริ่มต้นที่บริษัทโทรศัพท์แห่งนี้ แต่เนื่องด้วยไม่มีนักลงทุนที่สนใจความคิดของเขาในยุโรบหรือจะเป็นทีเขามีความใใฝ่ฝันที่จะไปอเมริากาเขาได้ตัดสินใจอพยพไปอเมริกา

ในปี 1884  เทสล่ามาถึงประเทศอเมริกาและได้เข้าทำงานกับโทมัสเอดิสันผู้ซึ่งกำลังทำงานกับนักวิทยาศาสตร์หลายคนเพื่อที่จะให้บริการไฟฟ้าด้วยไฟฟ้ากระแสตรง หลายเดือนต่อมาทั้งสองคนนี้ต้องแยกทางกันเนื่องจากความคิดที่แตกต่างกัน เอดิสันคิดเรื่องการทำกำไรจากธุรกิจแต่ในขณะที่เทสล่าอาจจะไม่คำนึ่งถึงธุรกิจเลย แต่เวลาที่ทำงานให้เอดิสันนั้นเทสล่าได้ปรับปรุงระบบไฟฟ้ากระแสตรงได้จำนวนหนึ่ง

tesla2

หลังจากแยกออกจากเอดิสันในปี 1885 ได้ทุนวิจัยและตั้งบริษัท Tesla Electric Light Company และหลังจากนั้นในปี  1887 ตั้งบริษัท Tesla Electric Company ในสองบริษัทนี้เองที่เทสล่าได้คิดค้นและจดทะเบียนสิทธิบัตรสิ่งคิดค้นต่าง ๆ ของเขาโดยที่ส่วนใหญ่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่เป็นระบบไฟฟ้าที่ใช้กันทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้คิดค้นไฟฟ้ากระแสสลับแต่เขาเป็นคนสำคัญที่ทำให้ระบบไฟฟ้ากระแสสับสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ สิทธิบัตรทั้งหมดของเขาเป็นพื้นฐานของระบบที่เกี่ยวกับไฟฟ้ากระแสสลับและการสื่อสารทางวิทยุ

แต่เนื่องด้วยความซื่อหรือความที่ไม่เข้าใจคุณค่าของสิทธิบัตรของเขาและเนื่องด้วยการฉ้อโกงและคอรับชั่นทำให้เขากลายเป็นคนจนไม่เหลืออะไรเลยในชีวิตบั้นปลายชีวิต เทสล่าเสียชีวิตเดียวดายในนิวยอร์กไม่มีเงินไม่มีครอบครัว ในช่วงปีท้าย ๆ ของชีวิตเขานั้นเขามีอาการทางโรคประสาท สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ความคิดและการมีส่วนของเทสล่าที่ทำให้โรคนี้ทันสมัยขึ้น

ไฟฟ้ากระแสสลับ ในปลายทศวรรษ 1880 และต้นปี 1890 มีการแข่งขันแย่งชิงการให้บริการไฟฟ้าระหว่างบริษัทของเอดิสันและบริษัทของ Westinghouse  โดยที่เอดิสันต้องการใช้ไฟฟ้ากระแสตรงในการให้บริการไฟฟ้าในขณะที่เวสติ้งเฮาส์ให้บริการไฟฟ้ากระแสสลับ เวสติ้งเฮาส์ได้ซื้อสิทธิบัตรส่วนหนึ่งของระบบไฟฟ้ากระแสสลับจากเทสล่าเพื่อทำการพัฒนาให้ระบบไฟฟ้ากระแสสลับใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพ และเทสล่าในช่วงเริ่มต้นยังได้เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทของเวสติ้งเฮาส์ เนื่องจากคุณสมบัติที่เนื่อกว่าของไฟฟ้ากระแสสลับในการส่งผ่านในระยะทางไกลกว่าทำให้ไฟฟ้ากระแสสลับชนะและยังคงใช้จนถึงทุกวันนี้

หลอดฟลูออเรสเซนต์ ก่อนที่จะมีไฟฟ้าใช้ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ตะเกียงในการให้แสงสว่างในบ้านและตามถนน เอดิสันพัฒนาไส้หลอดไฟที่สามารถใช้ได้ทนและนานขึ้นแต่ก็ยังไม่สว่างมากพอ หลอดฟลูออเรสเซนต์ได้ถูกผลิตทางพานิชครั้งแรกในปี 1939 โดยบริษัท Westinghouse Electric แต่ใช้ความถึ่ต่ำในการให้เกิดแสงไฟ ในปลายทศวรรษ 1980 ได้มีการพัฒนาใช้ความถี่สูงในหลอดฟลูออเรสเซนต์แทนซึ่งให้แสงสว่างมากกว่า เทสล่าใด้ทำการทดลองนี้สำเร็จ 100 ปีก่อนหน้าซึ่งถูกพบในสมุดจดบันทึกการทดลองของเขาและปัจจุบันเริ่มเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าเทสล่าทำสำเร็จเป็นคนแรก

เอกซเรย์ Wilhelm Conrad Röntgen ชาวเยอรมันเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้นพบและให้ชื่อเอกซเรย์นี้ในปี 1985 เทสล่าในปี 1984 ได้ทำการค้นหาสิ่งหนึ่ง(รังสีเอกซเรย์)ที่ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักที่ทำแผนฟิล์มสำหรับถ่ายภาพของห้องทดลองเขาเสียหายในขณะที่ทดลองหลอดเอกซเรย์ Crookes tube และตอนหลังเขาได้ออกแบบและผลิตหลอดเอกซเรย์เองที่บางส่วนยังคงเป็นต้นแบบของหลอดที่ใช้ในปัจจุบัน เทสล่าเป็นคนแรกที่ถ่ายภาพเอกซเรย์ในอเมริกาในปี 1986 ถึงแม้ว่า  Röntgen จะเป็นคนแรกที่ถ่ายภาพเอกซเรย์ ในปี 1985 ภาพเอกซเรย์ที่ได้จากหลอดที่เทสล่าผลิตขึ้นมามีความคมชัดกว่าภาพของ Röntgen อยู่มาก เทสล่าได้ส่งรูปและผลการทดลองของเขาให้ Röntgen และเขาได้รับจดหมายตอบจาก Röntgen แสดงความทึ่งของภาพเอกซเรย์ที่ชัดเจนของเทสล่า  เทสล่ายังเป็นบุคคลในกลุ่มแรก ๆ ที่เตือนอันตรายจากการใช้รังสีเอกซเรย์อีกด้วย

วิทยุ ทุกวันนี้ยังมีคนหลายคนคิดว่า Guglielmo Marconi ชาวอิตาลี่เป็นค้นคิดค้นวิทยุเป็นครั้งแรก แต่ที่แท้จริงแล้วเทสล่าได้แสดงผลการทดลองของเขาเกี่ยวข้องกับการรับส่งวิทยุในปี 1893 เทสล่าได้จดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับวิทยุนี้ในปี 1897 แต่เนื่องด้วยการคอรัปชั่นมาร์โคนี่ได้รับสิทธิบัตรซ้อนในปี 1904 มาร์โคนี่มีนักธุรกิจที่มีชื่อหนุนหลังและยังให้ให้สิทธิ์รัฐบาลเอริกาสิ่งประดิษฐ์โดยไม่ต้องเสียค่าสิทธิบัตร แต่หลังจากที่เทสล่าเสียชีวิตศาลสูงสุดได้ทำโมฆะสิทธิบัตรของมาร์โคนี่ในปี 1943

รีโมทคอนโทรล เทสล่าได้สร้างเรือควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรลในปี 1898 และจดทะเบียนสิทธิบัตรนั้น แต่ในสมัยนั้นมันก้าวหน้าเกิดความคิดของบุคคลอื่น ๆ ที่จะผลิตคิดค้นต่อ เทสล่ายังให้ความคิดเกี่ยวกับการใช้งานทางทหารไว้ในใบยืนขอสิทธิบัตรว่าสิ่งนี้สามารถใช้ในการส่งไปทำร้ายข้าศึกด้วยการควบคุมจากรีโมทคอนโทรล ความหมายนี้คือโดรนที่ทางการสหรัฐและหลายประเทศใช้อยู่ทุกวันนี้ซึ่งเทสล่าให้ความคิดนี้ไว้ในทศวรรษ 1890

tesladrone

 

มอเตอร์ไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้าอาจจะถูกคิดค้นมาก่อนหน้าเขา แต่มอเตอร์ของเทสล่าเป็นแม่แบบของมอเตอร์สมัยใหม่ ซึ่งในปัจจุบันนี้ รถไฟฟ้าซึ่งกำลังเป็นที่นิยมก็ใช้มอเตอร์ที่เทสล่าออกแบบเอง

 

error: กด RightClick แทน