กินไข่วันละฟองอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้

การวิจัยล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนที่ตีพิมพ์ผลงานในวารสารทางวิชาการ Heart พบว่าการกินไข่วันละหนึ่งฟองอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

การศึกษาวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพมหาวิทยาลัยปักกิ่งเป็นการศึกษาวิจัยขนาดใหญ่ โดยใช้ข้อมูลในการวิจัยในครั้งนี้ได้จากผู้คนกว่า 512,896 คนอายุตั้งแต่ 30 ถึง 79 ซึ่งทำการศึกษาในช่วงเวลาระหว่างปี 2004 และ 2008

โดยที่บุคคลจำนวน 416,213 คนจากทั้งหมดไม่เคยเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคเบาหวานมาก่อน ในช่วงเวลาการศึกษานักวิจัยพบว่าบุคคลเหล่านั้นได้เกิดเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดจำนวน 83,977 คน และในจำนวน 9,985 คนได้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

จากการนำข้อมูลทางการแพทย์ของบุคคลเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับการรับประทานอาหารพบว่าการกินไข่วันละหนึ่งฟองจะช่วยลดการเป็นภาวะสมองขาดเลือดเพราะเส้นเลือดในสมองตีบตันได้ 26 เปอร์เซ็นต์ และจะช่วยลดการเป็นภาวะสมองขาดเลือดที่นำไปสู่การเสียชีวิต 28 เปอร์เซ็นต์

ผลการวิจัยโดยรวมสรุปได้ว่าบุคคลที่กินไข่วันละฟองจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าในการเป็นโรคหัวใจและภาวะหัวใจขาดเลือดเมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลที่ไม่ได้กินไข่เลย

ที่ผ่านมามีการถกเถียงกันมานานระหว่างผู้เชี่ยวชาญว่าการรับประทานไข่ในจำนวนมากจะทำให้คอเลสเตอรอลในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น แต่ในปี 2015 ผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกคำเตือนในข้อแนะนำการรับประทานไข่ที่ว่าถ้ารับประทานในจำนวนมากจะทำให้คอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น

ในปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญทางสารอาหารหลายคนได้แนะนำให้รับประทานไข่เป็นประจำเพราะไข่ประกอบด้วยโปรตีนในปริมาณที่สูง นอกจากนั้นยังมีสารอาหารอื่นที่จำเป็นจำนวนมากเช่น วิวิตามิน A, D, B และ B12 และโอเมก้าสาม

การศึกษาวิจัยนี้เป็นการศึกษาจากข้อมูลของผู้คนจำนวนมากซึ่งคงให้ความถูกต้องในระดับหนึ่ง แต่การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ไม่ได้ศึกษาถึงความเสี่ยงของบุคคลที่กินไข่มากกกว่าหนึ่งฟองต่อวัน  อย่างไรก็ตามการรับประทานอาหารที่สมดุลซึ่งคือการรับประทานอาหารที่หลากหลายถือว่ามีความสำคัญต่อร่างกาย

 


 

ที่มาวารสารทางวิชาการ Heart

ภาพ the creative commons

 

 

error: กด RightClick แทน