ผู้ชายเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมาสามารถใช้มือได้อีกครั้งด้วยพลังของความคิด

Bill Kochevar ภาพโดย Cleveland FES Center

นักวิทยาศาสตร์สามารถทำให้ผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมาจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ใช้มือได้อีกครั้ง และเป็นขั้นตอนการผ่าตัดระบบประสาทครั้งแรกในโลกที่สามารถฟื้นฟูระบบสมองที่ทำให้เขาผู้นี้สามารถควบคุมมือของเขาด้วยพลังของความคิด

นักวิทยาศาสตร์จากประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการผ่าตัดบิล คอชวาร์โดยการปลูกถ่ายอุปกรณ์เซ็นเซอร์อิเล็คโทรนิคในสมองของผู้ชายคนนี้ในส่วนของมอร์เตอร์คอร์เท็กซ์ และใส่เซ็นเซอร์ใต้ผิวหนังในแขนของเขาซึ่งทำให้เขาผู้นี้สามารถควบคุมแขนของเขาด้วยความคิดผ่านระบบเซ็นเซอร์อิเล็คโทรนิคในสมองมายังเซ็นเซอร์ที่แขนของเขา หลังจากแปดปีของการเป็นอัมพาตบิลสามารถที่จะใช้มือดื่มน้ำและใช้มือกินอาหารโดยไม่ต้องมีผู้ช่วยเหลือเป็นครั้งแรก

เทคโนโลยีที่ใช้ในการทดลองถูกพัฒนาโดยมหาวิทยาลัย Case Western Reserve University ในคลีฟแลนด์ประเทศสหรัฐอเมริกา และถือว่าเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์สามารถฟื้นฟูระบบควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายกับคนที่เป็นอัมพาตโดยสินเชิง

ในขณะนี้ระบบจะค่อนข้างช้า แต่นักวิทยาศาสตร์ผู้อยู่เบื่องหลังความสำเร็จกล่าวว่าการทดลองนี้เป็นการพิสูจน์ว่าหลักการที่แสดงให้เห็นความเป็นไปได้ที่จะใช้เทคโนโลยีในการฟื้นฟูผู้เป็นอัมพาตและทำให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกครั้งหนึ่ง ระบบอิเล็คโทรนิคในสมองและเซ็นเซอร์ที่มือสื่อสารกันด้วยระบบสาย แต่ในอนาคตสามารถทำให้เป็นระบบสื่อสารไร้สายได้

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการทดลองนี้ยังถือว่าเป็นการทดลองระยะเริ่มแรก และผลการทดลองของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ the Lancet

บิลได้รับการผ่าตัดฝังเซ็นเซอร์อิเล็คโทรนิคในสมองส่วนของมอร์เตอร์คอร์เท็กซ์ซึ่งเป็นส่วนที่มีหน้าที่รับผิดชอบการเคลื่อนไหวของร่างกายในส่วนต่างๆ โดยที่สัญญาณจากเซ็นเซอร์จะถูกส่งเข้าคอมพิวเตอร์เพื่อแยกแยะสัญญาณของสมองที่เป็นคำสั่งของการเคลื่อนไหวของมือ โดยที่บิลหลังการผ่าตัดต้องใช้เวลาสี่เดือนในการฝึกฝนในการควบคุมมือผ่านระบบคอมพิวเตอร์เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจความคิดของบิล

ถึงแม้ว่านักวิทยาศาสตร์สามารถทำให้บิลสามารถใช้มือได้อีกครั้งหนึ่ง แต่พวกเขากล่าวว่าระบบนี้ยังไม่พร้อมที่จะใช้เป็นการบำบัดผู้ที่อัมพาตโดยทั่วไป เพราะระบบยังช้าและยังไม่ดีพอ อย่างไรก็ตามการศึกษาและวิจัยในครั้งนี้ถือว่าสำเร็จเป็นอย่างดีและเป็นความหวังให้ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต การวิจัยได้พิสูจน์หลักการที่เป็นไปได้และสามารถพัฒนาระบบต่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

 

 


 

ที่มามหาวิทยาลัย Case Western Reserve University และ วารสารการแพทย์ the Lancet

 

 

 

error: กด RightClick แทน