พบสารประกอบจากสมุนไพรกระดูกไก่ดำมีฤทธิ์ต่อต้านไวรัส HIV

การวิจัยล่าสุุดที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Natural Products  ได้เปิดเผยการค้นพบสารประกอบจากพืชที่พบกันทั่วไปในเอเซียที่เป็นสารยับยั้งเอนไซม์ชนิดที่เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ต้องการในการเข้าติดเชื้อและทำหลายเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย นอกจากนั้นยังพบอีกว่าสารประกอบนี้มีฤทธิ์มากกว่ายา AZT ซึ่งเป็นยารักษาโรคไวรัสเอชไอวีตัวแรกของโลกและยังคงเป็นส่วนผสมของยารักษาไวรัสในปัจจุบัน

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการรวมมือกันระหว่างกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย University of Illinois ที่ชิคาโก มหาวิทยาลัยBaptist University จากฮ่องกง และสถาบัน Vietnam Academy of Science and Technology จากประเทศเวียดนาม ทีมวิจัยได้ตีพิมพ์ข้อมูลที่ระบุว่าพืชที่พบโดยทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้เป็นยารักษาโรคข้ออักเสบและโรคไขข้อมีสารประกอบที่มีฤทธิ์เป็นยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีได้ ซึ่งฤทธิ์ยานี้มีมากกว่ายา AZT หรือ อะซิโดธามิดีน (azidothymidine)

สารยับยั้งมีชื่อว่าพาเทนติฟลอรีนเอ (patentiflorin A) ซึ่งเป็นสารประกอบที่สกัดมาจากพืชสมุนไพรกระดูกไก่ดำหรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Justicia gendarussa และรู้จักกันดีในชื่อ willow-leaved Justicia ทีมของนักวิทยาศาสตร์นานาชาติกลุ่มนี้ที่เรียตัวเองว่า ICBG ได้ตรวจสอบสารสกัดเป็นพัน ๆ ชนิดจากพืชเพื่อค้นหาสารที่มีฤทธิ์ต่อต้านไวรัสเอชไอวี วัณโรคมาลาเรีย และโรคมะเร็ง วัตถุประสงค์ของทีมงานเพื่อที่จะหาสารประกอบที่สามารถใช้เป็นยาในการรักษาโรคเหล่านี้สำหรับประชากรที่อยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อย

สมุนไพรกระดูกไก่ดำ

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการทำงานของพวกเขาได้ตรวจสอบสารประกอบในพืชกว่า 4500 ชนิด และพบว่าสารประกอบจากพืชสมุนไพรกระดูกไก่ดำมีฤทธิ์ต่อต้านไวรัสเอชไอวีได้ และจากการตรวจสอบสารประกอบพาเทนติฟลอรีนเอสามารถใช้เป็นสารยับยั้งต้านไวรัสเอชไววีได้ทั้งชนิด M-tropic และ T-tropic

ชนิดของไวรัสเอชไอวีถูกจัดขึ้นตามชนิดของเซลล์ที่ไวรัสเข้าไปติดเชื่อ M-tropic เป็นชนิดที่เชื้อไวรัสเข้าไปติดในเซลล์แมกโครเฟจ และ T-tropic คือชนิดที่เข้าไปติดเชื้อในทีเซลล์ เซลล์ทั้งสองชนิดเป็นเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่พบในเม็ดเลือดขาว

สารประกอบพาเทนติฟลอรีนเอได้มาจากการสกัดใบ ลำต้น และรากของพืชสมุนไพรกระดูกไก่ดำ และจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์โดยใช้สารนี้กับเซลล์ของมนุษย์ที่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี(ยังไม่ได้ทำกับผู้ป่วยจริง)พบว่าสารประกอบนี้ไปเพิ่มผลการยับยั้งเอนไซม์ชนิดที่เชื้อเอชไอวีต้องการในการเข้าไปรวมตัวกันกับดีเอ็นเอของเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อไม่มีเอนไซม์เชื้อก็ไม่สามารถเข้าไปติดภายในเซลล์ได้

ยา AZT ซึ่งเป็นยาต้านเชื้อไวรัสที่ออกมาในปี 1987 และยังคงเป็นส่วนประกอบในยาต้านไวรัสที่ใช้รักษาผู้ป่วยในปัจจุบันจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์พบมามีฤทธิ์ยากน้อยกว่าสารประกอบพาเทนติฟลอรีนเอ และที่สำคัญสารประกอบมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสทั้งชนิดที่เข้าไปติดในแมกโครเฟจและทีเซลล์

การค้นพบในครั้งนี้ถือว่าสำคัญ และทำให้สารประกอบพาเทนติฟลอรีนเออาจจะสามารถนำมาเป็นยาต่อต้านไวรัสเอชไอวีได้ในอนาคต ถึงแม้จะไม่ใช้เป็นยาที่จะทำให้รักษาโรคไวรัสเอชไอวีให้หายขาดได้ แต่อาจจะสามารถนำมารวมกับยาชนิดอื่นที่ทำให้การรักษาเชื้อไวรัสมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต

 


 

ที่มา Journal of Natural Products 

 

error: กด RightClick แทน