ปูตินสั่งห้ามประชาชนใช้ VPN

หลังจากที่บริษัทแอปเปิ้ลต้องนำเอาแอปที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการวีพีเอ็นออกจากแอปสโตร์ในประเทศจีน ประเทศรัสเซียซึ่งเป็นอีกประเทศหนึ่งที่สื่อต่าง ๆ ถูกควบคุมอย่างเคร่งครัดได้ออกกฏหมายห้ามการใช้บริการวีพีเอ็นเช่นกันเพื่อลดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต และง่ายต่อการตรวจและเฝ้าจับตามอง

กฎหมายที่ลงนามโดยประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินได้ผ่านรัฐสภาของรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2017 การห้ามการให้บริการวีพีเอ็นในครั้งนี้จะรวมถึงการห้ามใช้เว็บเบราเซอร์ทอร์ (Tor) ด้วย เว็บเบราเซอร์ทอร์จะให้บริการคล้ายกับระบบวีพีเอ็นซึ่งให้ความเป็นส่วนตัวกับผู้ท่องในแวปต่าง ๆ ซึ่งเป็นระบบที่ฟรี และสำหรับทอร์แล้วหลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของแวปมืดสำหรับสิ่งผิดกฏหมาย

นอกเหนือจากระบบวีพีเอ็นและทอร์แล้ว รัสเซียยังออกกฏหมายที่จะห้ามการใช้บริการส่งข้อความออนไลน์แบบไม่ระบุตัวตนอีกด้วยเพื่อให้แน่ใจว่ารัฐบาลสามารถเฝ้าจับตามองประชาชนของประเทศได้หมดไม่ว่าจะทำอะไรซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2017  แต่สำนักข่าวในประเทศรัฐเซียที่มีรัฐคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดกล่าวว่าการออกกฏหมายห้ามในครั้งนี้จุดมุ่งหมายเพียงเพื่อปิดกันเนื้อหาที่ผิดกฎหมายเท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงเมื่อปิดกันระบบวีพีเอ็นในทางปฏิบัติก็คือการเปิดให้รัฐบาลสามารถเฝ้าจับตามองประชาชนได้ง่ายขึ้น ในปัจจุบันมีแอปและซอฟต์แวย์จากบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากที่เปิดทางให้ผู้ใช้สามารถท่องแวปหรือติดต่อสื่อสารโดยมีความเป็นส่วนตัวปราศจากการติดตามและเฝ้ามอง การออกกฏหมายสองฉบับในครั้งนี้คงจะยากที่จะเข้าใจเป็นอย่างอื่นและเชื่อว่าเจาะจงออกมาเฉพาะเพื่อมาปิดช่องทางการสื่อสารที่มีความเป็นส่วนตัวของประชาชน

แน่นอนว่าการให้ความเป็นส่วนตัวต่อประชาชนอาจจะนำไปสู่ผู้ไม่หวังดีใช้ในการว่างแผนชั่วร้าย ความเป็นส่วนตัวจึงเป็นเสมือนดาบสองคม แต่การปิดกั้นการติดต่อสื่อสารอย่างเสรีและมีความเป็นส่วนตัวคงจะไม่ใช้เป็นการแก้ไขการปัญหานี้อย่างแท้จริง การเปิดกว้างและให้ความรู้กับประชาชนอย่างโปรงใส่จะเป็นวิธีที่ป้องกันการก่อการร้ายที่ดีที่สุด

 


 

ที่มาสำนักข่าว RIA news agency ของรัสเซีย

 

 

error: กด RightClick แทน