ยารักษาโควิด 19 ได้รับการอนุมัติใช้ฉุกเฉิน แต่การทดลองยังคงดำเนินต่อไป

เรมดิซิเวียร์ สำหรับการทดลองทางคลินิก ภาพ Anders Bayer

ยาทดลองที่มีชื่อว่า เรมดิซิเวียร์ (Remdesivir) ที่เดิมที่เดียวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการรักษาโรคอีโบลา ได้รับการอนุมัติสำหรับกรณีฉุกเฉินจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯเพื่อใช้เป็นยารักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 กรณีป่วยหนัก

อย่างไรก็ตามการอนุมัติในครั้งนี้เป็นการอนุมัติชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากหลักฐานเบื้องต้นที่ยังไม่สมบูรณ์ดีพอเป็นเหตุผลทำให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ เอฟดีเอ ของสหรัฐฯยังไม่ประกาศให้เป็นยาที่สามารถใช้รักษาผู้ป่วยโควิด 19 ทั่วไป ได้

ยาเรมดิซิเวียร์ ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสชนิดหนึ่ง มีฤทธิ์ในการต่อต้านไวรัสคิดค้นขึ้นโดยบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ กิลเลียด ไซอันส์ (Gilead Sciences) ของสหรัฐฯ ที่เดิมที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อเป็นยาทดลองรักษาโรคอีโบลาและโรคที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึงโรคซาร์ส ยาเรมดิซิเวียร์จะเข้าไปทำให้ความสามารถในการแบ่งตัวหรือจำลองตัวเองของไวรัสลดลง

ผลการศึกษาเบื้องต้นของสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐฯเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับยาเรมดิซิเวียร์นั้นจะใช้เวลาฟื้นตัวเร็วกว่าผู้ที่ได้รับยาหลอก 31% ดร. แอนโทนี่ ฟาวชี่ผู้อำนวยการสถาบันฯกล่าวว่า ถึงแม้ว่าผลที่ได้จะไม่ใช่เป็นผลที่ “น็อคเอาต์” แต่ผลของการศึกษานี้ถือเป็น “การพิสูจน์แนวคิดที่สำคัญมาก”

การศึกษาทดลองรักษาโรคโควิด 19 ของสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐฯ มีอาสาสมัครที่ป่วยหนักจากโรคโควิด 19 และได้รับผลกระทบต่อปอดจำนวน 1,063 คน เวลาฟื้นตัวเฉลี่ยของผู้ป่วยที่ได้รับยาจริงอยู่ที่ 11 วันในขณะที่ผู้ป่วยได้รับยาหลอกอยู่ที่ 15 วัน

นอกจากนั้น ผู้ป่วยที่ได้รับยาจริงจะมีอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำกว่า โดยที่กลุ่มผู้ป่วยได้รับยาจริงมีผู้เสียชีวิต 8% เมื่อเทียบกับ 11.6% ในผู้ป่วยของกลุ่มที่ได้รับยาหลอก แต่นักวิจัยกล่าวว่า พวกเขาไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะรู้ว่าผลตัวเลขเหล่านั้นมีนัยสำคัญทางสถิติหรือไม่

ก่อนหน้านี้การทดลองทางคลินิกสำหรับยาเรมดิซิเวียร์เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 ที่โรงพยาบาลสิบแห่งในเมืองหวู่ฮั่นประเทศจีนไม่พบว่า ยาเรมดิซิเวียร์ให้ผลที่มีนัยสำคัญทางสถิติแต่อย่างใด นั้นก็คือยาไม่ได้ช่วยให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น

ถึงแม้ยาเรมดิซิเวียร์จะได้รับการอนุมัติใช้ได้ในกรณีป่วยหนัก จากผลการทดลองในสหรัฐฯและในประเทศจีนยังไม่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ายามีฤกธิ์อย่างดีเยี่ยมหรือยังไม่มีข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่ามีฤทธิ์อย่างมีนัยสำคัญ ถึงกระนั้นก็ตามให้ผลดีกับผู้ป่วยบางรายจึงอาจคุ้มค่าที่จะใช้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยในบางกรณี

การศึกษายังคงนำเนินต่อไป โดยเฉพาะการทดลองใช้ยากับผู้ป่วยก่อนป่วยหนักเพื่อดูว่ายาจะช่วยลดผู้ป่วยจากการนำไปสู่การป่วยหนักหรือไม่ และนอกจากยาเรมดิซิเวียร์แล้วยังมียาอีกหลายชนิดที่กำลังจะเข้าสู่และอยู่ในการทดลองทางคลินิกสำหรับความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกที่จะพิชิตเชื้อไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของโรคโควิด 19 ที่กำลังเป็นโรคระบาดใหญ่ให้ได้

 

 

error: กด RightClick แทน