พบเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่ มาทำความเข้าใจการจัดสายพันธุ์เชื้อเอไอวี

นักวิจัยได้จัดกลุ่มเชื้อเอชไอวีที่พบก่อนหน้านี้ว่าเป็นเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นการค้นพบใหม่ครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี

ผลการศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในวารสารทางวิชาการ the peer-reviewed Journal of Acquired Immune Deficiency Syndromes โดยกลุ่มของนักวิทยาศาสตร์จากห้องปฎิบัติการแอบบอตต์มหาวิทยาลัยมิสซูรีได้ยืนยันการค้นพบเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งถือเป็นการค้นพบสายพันธุ์ใหม่ครั้งแรกตามหลักเกณฑ์อนุกรมวิธานที่จัดทำขึ้นตั้งแต่ปี 2000

นักวิทยาศาสตร์ได้จัดให้เชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่เป็นเชื้อเอชไอวี ชนิดย่อย L ซึ่งเป็นสายพันธุ์ในกลุ่ม M ของเชื้อเอชไอวีชนิด HIV-1

ไวรัสเอชไอวีเป็นเชื้อไวรัสจัดอยู่ในสกุล เลนติไวรัส (Letivirus) ซึ่งมีอยู่ด้วยกันสองชนิดคือ HIV-1 และ HIV-2 เอชไอวีชนิด HIV-1 เป็นชนิดที่พบมากที่สุด และถูกแบ่งย่อยออกเป็น 4 กลุ่มคือกลุ่ม M N O และ P โดยที่กลุ่ม M เป็นกลุ่มที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคเอชไอวีไปทั่วโลก และเชื้อเอชไอวีกลุ่ม M มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

ไวรัสเอชไอวี HIV-1 กลุ่ม M ก็จะถูกแบ่งย่อยออกเป็นชนิดย่อยอีกคือ A B C D E F G H J K และที่พบใหม่ล่าสุดคือ ชนิดย่อย  L โดยที่ชนิดย่อย E พบมากในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นไวรัสที่มีความโดดเด่นในการติดเชื้อสูงกับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ระหว่างหญิงและชาย เนื่องจากอัตราการติดเชื้อสูงกว่าชนิดย่อยอื่น ๆ อยู่มาก และสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในโลกคือชนิดย่อย C ซึ่งแพร่ระบาดหนักที่สุดในแอฟริกาโดยเฉพาะแอฟริกาตอนใต้และแอฟริกาตะวันออก

ตามแนวทางการจัดเชื้อไวรัสในชนิดย่อยใหม่นั้นนักวิทยาศาสตร์จะต้องค้นพบเชื้อไวรัสชนิดย่อยนั้นอย่างน้อยสามครั้ง สำหรับไวรัส HIV-1 ชนิดย่อย L นั้นจริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นไวรัสใหม่ แต่พบครั้งแรกตั้งแต่ปี 1983 และครั้งที่สองในปี 1990 ในปี 2001 ได้พบไวรัสเอชไอวีชนิดย่อย L อีกครั้ง แต่เนื่องจากในสมัยนั้นเครื่องมือที่จะทำลำดับพันธุกรรมหาความแตกต่างยังไม่ดีพอจึงยังไม่ได้ระบุว่าไวรัสเป็นชนิดย่อยใหม่ในตอนนั้น

และแปดปีต่อมาจนกระทั้งนักวิทยาศาสตร์จากห้องปฎิบัติการแอบบอตต์มหาวิทยาลัยมิสซูรีได้ยืนยันการพบทั้งสามครั้งนั้นว่า เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่และได้จัดให้อยู่ใน ชนิดย่อย L กลุ่ม M ในชนิด HIV-1 ซึ่งพบว่ามีจำกัดอยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเท่านั้น

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ายาต้านไวรัสที่ใช้รักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส HIV-1 กลุ่มต่าง ๆ นั้นสามารถใช้รักษาเชื้อไวรัสสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชนิดย่อย L ได้เช่นกัน การพบครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีมีการกลายพันธุ์และเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลา และเชื่อว่ามันยังคงเปลี่ยนแปลงตัวเองไปอีกจนกว่านักวิทยาศาสตร์จะหาวิธีการที่จะกำจัดเชื้อไวรัสให้หมดไปได้

 

 

error: กด RightClick แทน