รักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมจากอายุด้วยการฉีดไวรัส

เมื่อเรามีอายุมากขึ้นความเสื่อมสภาพของการมองเห็นก็สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากโรคจอประสาทตาเสื่อม และในบางคนที่โชคร้ายกว่า ความเสื่อมสภาพของการมองเห็นมีความรุนแรงจนนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นโดยสิ้นเชิง ทีมงานของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins Medicine ในแมรี่แลนด์ประเทศสหรัฐได้ทำการทดลองทางคลินิคโดยการฉีดไวรัสเข้าไปในดวงตาที่สามารถหยุดความรุนแรงของโรคจอประสาทตาเสื่อมได้สำเร็จ และแม้กระทั่งลดอาการของโรคได้

การทดลองทางคลินิคในครั้งนี้เป็นการทดลองเบื่องต้นขนาดเล็ก ซึ่งผลของการทดลองอาจจะต้องทำซ้ำกับกลุ่มของผู้ป่วยที่มีจำนวนมากกว่า อย่างไรก็ตามผลที่ได้จากการทดลองฉีดไวรัสที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมสามารถไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเองให้ไปกำจัดของเหลวในดวงตาที่ช่วยหยุดและลดความรุนแรงของโรคจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งเป็นโรคที่เป็นสาเหตุของการสูญเสียการมองเห็น

นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ไวรัสดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อเป็นยาเข้าไปลดโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า VEGF (vascular endothelial growth factor) อันเนื่องมาจากการทำงานของโปรตีนชนิดที่มากเกินไปในผู้ป่วยที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (หรือ wet AMD) โรคจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียกเป็นโรคที่ไม่พบกันบ่อยแต่เป็นชนิดที่รุนแรงมากกว่า ซึ่งเกิดจากการที่เส้นเลือดใหม่เติบโตใต้เรตินาหรือม่านตาและเกิดรั่วไหลเข้าไปในดวงตา

การสะสมของของเหลวเหล่านี้จะทำลายเซลล์ที่มีความไวต่อแสงในเรตินาไปเรื่อย ๆ จนเซลล์เหล่านี้ตายไปในที่สุดเป็นสาเหตุทำให้เกิดจุดบอดของการมองเห็นของผู้ป่วย ถึงแม้ว่าจะยารักษาในปัจจุบันสำหรับโรคชนิดนี้ แต่ยามีผลข้างเคียงต่อความเสียงในการเกิดภาวะสองขาดเลือด นอกจากนั้นผู้ป่วยต้องฉีดยาเข้าไปในดวงตาทุกเดือนไปตลอดชีิวิตเพื่อจะหยุดการรุนแรงของโรคไม่ให้ลุกลาม เมื่อเปรียบเทียบกับการทดลองรักษาด้วยไวรัสผู้ป่วยจะได้รับการฉีดยาเพียงครั้งเดียว

การทดลองและผลการทดลอง

ในการทดลองทางคลินิคในครั้งนี้เป็นการทดลองระยะที่หนึ่งที่มีผู้ป่วยเข้ารวม 19 คนและทุกคนเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก โดยที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายและมีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยแบ่งเป็น 5 กลุ่มโดยที่แต่ละกลุ่มจะได้รับยาที่เรียกว่า AAV2 จำนวนไม่เท่ากัน ยา AAV2 เป็นยาที่ได้จากไวรัสชนิดที่คล้ายกับไวรัสโรคไข้หวัด แต่ไวรัสเหล่านี้ถูดดัดแปลงพันธุกรรมให้เข้าไปยังเซลล์ของเรตินาและติดเชื่อในเซลล์เหล่านั้นด้วยยีนดัดแปลง และเมื่อติดเชื่อจะทำให้เซลล์ในเรตินาผลิตโปรตีนอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า sFLT01

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าโปรตีน sFLT01 จะเชื่อมต่อกับโปรตีน VEGF และป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลของเลือดและป้องกันการเติบโตผิดปกติของเส้นเลือดใต้เรตินา การฉีดยาที่ทำจากไวรัสก็เพื่อที่จะทำให้เซลล์ของเรตินาผลิตโปรตีน sFLT01 ที่เพียงพอเพื่อไปหยุดอาการของโรคจอประสาทตาเสื่อม การทดลองในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์สามารถทำให้ร่างกายผลิตโปรตีน sFLT01 ขึ้นมาเองแทนที่การฉีดเข้าไปในดวงตาเป็นประจำ

ผู้ป่วยในสามกลุ่มแรกที่ได้รับยา AAV2 น้อยที่สุดไม่ได้แสดงผลข้างเคียงใด ๆ เลย และในอีกสองกลุ่มที่ได้รับยามากที่สุดก็ไม่ได้แสดงให้เห็นผลข้างเคียงที่รุนแรง นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าแม้แต่ในกลุ่มของผู้ป่วยที่ได้รับยาสูงสุดก็พูดได้ว่าค่อนข้างปลอดภัยซึ่งเกือบไม่มีอาการไม่พึงประสงค์ในผู้ป่วยเลย

มีผู้ป่วย  11 คนมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากการฉีดยาเพียงเข็มเดียว ในขณะที่ผู้ป่วย 8 คนไม่มีอาการดีขึ้นเลย แต่ก็พบว่าผู้ป่วยหาคน 5 ที่ไม่มีอาการดีขึ้นสาเหตุเนื่องมาจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายของผู้ป่วยเองที่เข้าทำลายยาที่ทำจากไวรัสจนทำให้ยาไม่สามารถเข้ารักษาผู้ป่วยได้

การทดลองในครั้งนี้เป็นการทดลองขนาดเล็กซึ่งอาจจะไม่สะท้อนประสิทธิภาพการทดลองที่แท้จริง การทดลองซ้ำกับจำนวนของผู้ป่วยที่มากกว่าจึงมีความจำเป็นที่จะยืนยันถึงประสิทธิภาพการรักษาด้วยวิธีนี้

 


 

ที่มาวารสาร The Lancet

 

 

error: กด RightClick แทน