ผู้ร้ายถูกฆาตกรรมโดยหุ่นยนต์เป็นรายแรก

killing robot

เมื่อกลางคืนของวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2016 เจ้าหน้าที่ตำตรวจของ Dallas ถูกซุ่มยิงในขณะที่อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ดูแลการประท้วงอย่างสงบ โดยการซุ่มยิงนี้ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตจำนวน 5 คนและบาดเจ็บอีกสามคน การประท้วงที่เกิดขึ้นก็เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำตรวจมีความเป็นธรรมต่อชาวอเมริกันผิวดำซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำตรวจได้ทำการสังหารชาวอเมริกันผิวดำที่ออกเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกซึ่งดูเหมือนการสั่งหารของเจ้าหน้าที่จะทำโดยไร้เหตุผลนั้นก็คือผู้ต้องหาไม่ได้มีอาวุปืนหรืออยู่ในลักษณะที่จะทำลายเจ้าหน้าที่

ผู้ร้ายที่ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ Micah Johnson ในระหว่างการต่อลองเจรจาของตำรวจผู้ร้ายเปิดเผยว่าสาเหตุการที่เขากระทำนี้เพราะโกรธแค้นการที่จำหน้าที่ตำรวจได้ฆาตกรรมคนผิวดำอย่างไรเหตุผล เขายังบอกอีกว่าเขายากจะฆ่าคนผิวขาวโดยเฉพาะตำรวจที่เป็นชาวผิวขาวให้มากที่สุด

Micah Johnson เป็นพลทหารที่เคยไปทำหน้าที่ในประเทศอัฟกานิสถาน มีความรู้และฝึกทักษะการยิงเป็นอย่างดี แต่ถูกส่งกลับประเทศเพราะไปมีข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศ จาการสัมภาษณ์ผู้คนใกล้ชิดก็ไม่มีใครจะคิดว่าเขาเป็นคนรุนแรงขนาดนี้ และไม่เคยคิดว่าเขาเป็นคนเหยียดผิว โดยส่วนใหญ่เขาจะอยู่กับกลุ่มคนผิวขาวในขณะปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอัฟกานิสถาน

killing-johnson

หลังจากที่ตำรวจใช้เวลาการเจรจากับผู้ร้ายนานเกือบสองชั่วโมงให้ออกมามอบตัว ในที่สุดก็ได้ทำการตัดสินใจที่จะใช้หุ่นยนต์เขาไปในโรงจอดรถซึ่งเป็นสถานที่คนร้ายลบตัวอยู่ หุ่นยนต์ตัวนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านบาทซึ่งปกติจะใช้ทำการกู้ระเบิด แต่การปฏิบัติครั้งนี้จะใช้หุ่นยนต์ในการนำระเบิด C4 ขนาด 450 กรัมเขาไปยังสถานที่คนร้ายลบอยู่

ตำรวจเปิดเผยว่าการที่ต้องใช้หุ่นยนต์เพราะว่า Micah Johnson มีอาวุธปืนที่ร้ายแรงและมีความต้องการที่จะสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจและจากการเจรจาเขาไม่ยอมที่จะมอบตัวเป็นเด็ดขาด จากการที่ตำรวจไม่ต้องการที่จะมีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นก็ได้ขับเคลื่อนหุ่นยนต์เขาไปในโรงจอดรถและทำการจุดชนวนระเบิดจนทำให้ผู้ร้ายเสียชิวิต นี้เป็นการสังหารผู้ร้ายของหุ่นยนต์เป็นรายแรกของสหรัฐอเมริกา

หุ่นยนต์ในอนาคตอันใกล้จะมีอิทธิผลต่อมนุษย์เพิ่มมากขึ้นโดยการช่วยทำให้ชิวิตเรามีความสะดวกสบายมากขึ้น จากการปฏิบัติในครั้งนี้ของหุ่นยนต์เราก็คงเดาได้ว่านี้ไม่ได้เป็นการกระทำครั้งสุดท้าย มีนักวิทยาศาสตร์และหนักคิดนักประดิษฐ์หลายคนได้ออกมาพูดเกี่ยวกับความกังวลของความก้าวหน้าของเทคโนโลยี่ทางด้านหุ่นยนต์ซึ่งอาจจะทำให้วันหนึ่งหุ่นยนต์มีความคิดของตัวเองและเป็นภัยต่อมนุษย์ได้แต่นี้จะไม่เกิดในเร็วๆนี้

robocop

จากเหตุการที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกามีหนักวิชาการหลายคนออกมาวิจารณ์ว่าในประเทศมีความแตกแยกทางความคิดและความไม่เข้าใจระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่มาก โดยเฉพาะคนผิวดำที่มีความเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความลำเอียง

ในประเทศอเมริการะบบทาศได้ถูกยกเลิกไปร้อยกว่าปีแล้ว แต่ชาวผิวดำเป็นจำนวนมากยังมีความรู้สึกว่าความไม่เท่าเทียบกันยังคงมีอยู่มาก สถิติในปี 2015 เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศอเมริกาได้ทำการสังหารคนผิวขาว 50 เปอร์เซ็นต์และสังหารคนผิวดำ 26 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประชากรของชาวผิวดำมีแค่ 13 เปอร์เซ็นต์  และ 62 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวผิวขาว จากตัวเลขนี้อาจจะดูเหมือนว่าคนผิวดำได้รับความไม่เท่าเทียบกัน

แต่เมื่อดูรายละเอียดของสถิติอีกด้านหนึ่งความจริงอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น สถิติบงบอกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำตรวจเกิดจากคนผิวดำ โดยที่คนผิวดำคิดเป็นแค่ร้อยละ 13 ของประชากรทั้งหมดแต่ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  และการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่โดยคนผิวดำคิดเป็น 18.5 เท่าของคนผิวดำที่ถูกสังหารโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ว่าตัวเลขหรือสถิติไหนจะถูกว่าหรือผิด ความเป็นจริงการเหยียดผิวมีในทุกสังคมและการทุกประเทศ การทำความเข้าใจระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการต่อไปถึงแม่จะเป็นเรื่องที่ยาก การแก้ไขปัญหาในเรื่องละเอียดอ่อนคงต้องใข้เวลา แต่การศึกษาและการให้ความรู้ที่ถูกต้องและโปร่งใสจะช่วยในการลดความคัดแยกทางความไม่เข้าใจลงได้ไม่มากก็น้อย

 

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอไอ

 

error: กด RightClick แทน